
สหรัฐเชื่อดีลค้าโลกเอื้อSME
ลดขั้นตอนซับซ้อนระบบศุลกากรเปิดโอกาสตลาดส่งออกใหม่รายย่อย
ลดขั้นตอนซับซ้อนระบบศุลกากรเปิดโอกาสตลาดส่งออกใหม่รายย่อย
ผู้นำมะกันร่วมยินดีดับเบิลยูทีโอบรรลุดีลการค้าโลก มั่นใจข้อตกลงส่งผลดีต่อธุรกิจเอสเอ็มอีในสหรัฐ
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ กล่าวแสดงความยินดีหลังสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) จาก 159 ประเทศทั่วโลก สามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าครั้งประวัติศาสตร์เป็นครั้งแรก โดยระบุว่า ข้อตกลงการค้าเสรีที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ของสหรัฐ
“ธุรกิจรายย่อยคือผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด หลังจากที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคยุ่งยากในระบบ (ศุลกากร) ปัจจุบัน โดยบางสำนักประเมินว่ามูลค่าการค้าของเศรษฐกิจโลกหลังมีข้อตกลงครั้งนี้อาจสูง กว่าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ” ประธานาธิบดี โอบามา ระบุในแถลงการณ์ ซึ่งเผยแพร่มาจากทางทำเนียบขาว
ความเห็นข้างต้นของประธานาธิบดี โอบามา สอดคล้องกับแถลงการณ์จากทางตัวแทนการค้าสหรัฐที่เข้าร่วมการประชุมของดับเบิลยูทีโอ ซึ่งระบุว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าโลกในครั้งนี้จะช่วยยกระดับระบบศุลกากรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพสำหรับการจัดเก็บรายได้ ตลอดจนช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงโอกาสใหม่ๆ ในการส่งออก
“โอกาสการส่งออกนี้จะมาจากระเบียบปฏิบัติพิกัดอัตราภาษีศุลกากรที่มีความโปร่งใสมากขึ้น ขณะที่ขั้นตอนร้องขอเอกสารก็จะลดน้อยลง และกระบวนการด้านการยื่นเอกสารก่อนสินค้ามาถึงก็จะลดความซับซ้อนลงเช่นกัน” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ
ทั้งนี้ ข้อมูลจากเซ็นซัส ดาต้า เมื่อไม่นานมานี้ พบว่า 98% ของผู้ส่งออกสหรัฐคือกิจการเอสเอ็มอี ซึ่งมีลูกจ้างในบริษัทน้อยกว่า 500 คน โดย เรย์ คีทติ้ง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ สภาผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดเล็ก กล่าวว่า ที่ผ่านมากฎระเบียบที่เข้มงวดและซับซ้อนคืออุปสรรคใหญ่ของธุรกิจเอสเอ็มอี เมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคอยให้ความช่วยเหลือ ยังไม่นับรวมปัจจัยที่บริษัทใหญ่มีสายสัมพันธ์กับบริษัทในต่างประเทศ ซึ่งทำให้การเจรจาการค้าในต่างแดนทำได้ง่ายกว่าเอสเอ็มอี
อย่างไรก็ตาม แกรี ฮัฟเบเออร์ นักวิชาการอาวุโสด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศแห่งสถาบันปีเตอร์สัน เตือนว่า ผลลัพธ์ข้อตกลงการค้าโลกครั้งนี้จะบวกหรือลบยังคงขึ้นอยู่กับการบังคับใช้ของแต่ละชาติเป็นสำคัญ ซึ่งถ้าทุกประเทศจริงใจและจริงจังต่อกันก็จะสามารถลดต้นทุนการทำธุรกิจทั่วโลกได้มากถึง 20%







