
ศักยภาพรายย่อยเอเชียสูง
ไอทีซีชี้ระบบ‘ห่วงโซ่คุณค่า’โดดเด่นเร่งยกขีดสามารถด้านการแข่งขันเงินทุน
ไอทีซีชี้ระบบ‘ห่วงโซ่คุณค่า’โดดเด่นเร่งยกขีดสามารถด้านการแข่งขันเงินทุน
ไอทีซีเผยรายย่อยเอเชียศักยภาพสูง ช่วยเพิ่มจ้างงาน ดัน ศก.โต แนะเร่งยกระดับขีดความสามารถ
อรันชา กอนซาเลซ กรรมการบริหารของศูนย์การค้านานาชาติ (ไอทีซี) ซึ่งเป็นองค์กรภายใต้ความร่วมมือขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) กับสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยในระหว่างการเข้าร่วมประชุมดับเบิลยูทีโอ ที่เกาะบาหลี อินโดนีเซียว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในเอเชีย ถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการกระตุ้นการจ้างงานและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจภูมิภาคในอนาคต
กอนซาเลซ ให้เหตุผลว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจเอสเอ็มอีในเอเชีย ได้มีการบูรณาการเชื่อมโยงกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มภายในองค์กรตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หรือระบบห่วงโซ่คุณค่า ได้ดีกว่าส่วนอื่นๆ ของโลก ขณะที่กระบวนการผลิตสินค้าก็มีการกระจายออกไปยังหลายประเทศ
“เป็นความจริงที่ว่าระบบห่วงโซ่เชิงคุณค่าเป็นที่แพร่หลายในการค้าของภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ระบบดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาจากญี่ปุ่น ก่อนที่จะถ่ายทอดมายังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ จีน ไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่ล่าสุด กัมพูชาก็กำลังเดินมาสู่ในทิศทางดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน” กรรมการบริหารของไอทีซี กล่าวให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์จาการ์ตาโพสต์
ดังนั้น หากเอเชียสามารถดำเนินนโยบายภายในด้วยการพัฒนาทักษะแรงงาน การอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และยกขีดระดับความสามารถในการแข่งขัน มารวมเข้ากับจุดเด่นด้านระบบห่วงโซ่เชิงคุณค่าที่มีอยู่แล้ว จะถือเป็นโอกาสที่ดียิ่งสำหรับภาคธุรกิจรายย่อยของภูมิภาคที่จะช่วยสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจการจ้างงานในอีก5-15 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม กอนซาเลซ มองว่าสิ่งที่ยังต้องแก้ไขเพื่อผลักดันศักยภาพของภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ก็คือการเร่งยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน เนื่องจากต้องทำความเข้าใจว่า การพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันไม่จำเป็นต้องอาศัยการลงทุนขนานใหญ่ แต่ต้องการการให้ความช่วยเหลือที่ทำอย่างชาญฉลาดมากกว่า
ส่วนข้อที่สอง คือการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับภาคธุรกิจให้เป็นไปอย่างสะดวก และมีต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป เนื่องจากแม้ว่าหลายประเทศจะพยายามออกโครงการการปล่อยสินเชื่อต้นทุนต่ำออกมา เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 แต่ต้องยอมรับว่า ในความเป็นจริงแล้วการเข้าถึงแหล่งทุนมีต้นทุนสูงมาก







