posttoday
Miah แบรนด์ไทยในยุโรป ปรับทัพ รับตลาดอาเซียน

Miah แบรนด์ไทยในยุโรป ปรับทัพ รับตลาดอาเซียน

10 ธันวาคม 2556

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

ตลาดเครื่องหนังไทย นับเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งด้านการส่งออกในอันดับต้นๆ และเป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปและญี่ปุ่น จากคุณภาพการผลิตและการออกแบบ ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าเครื่องหนังไทย มีมูลค่ากว่า 1,312 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4.13 หมื่นล้านบาท และคาดว่ามูลค่าการส่งออกในปีนี้ทั้งปี จะอยู่ที่ 1,752 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 4%

ปรีดารัตน์ พัฒนพิชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีอาแบ็ค ผู้ผลิตและทำตลาดกระเป๋าแบรนด์มีอา (Miah) อีกหนึ่งผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดสินค้าเครื่องหนังกระเป๋า และอุปกรณ์เสริม (แอกเซสซอรี) ต่างๆ ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะใน “อิตาลี” เจ้าโลกแห่งแฟชั่นเครื่องหนัง ที่ให้การยอมรับสินค้าเครื่องหนังจากไทยด้วยเช่นกัน

สำหรับที่มาธุรกิจของมีอาแบ็ค เริ่มจากกิจการครอบครัวเป็นผู้รับจ้างผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) เครื่องหนัง ให้กับเจ้าของสินค้าแบรนด์อื่นๆ และได้สั่งสมประสบการณ์เทคโนโลยีการผลิตมาจากคู่ค้ามาพอสมควรแล้ว บวกกับความต้องการสร้างแบรนด์ สินค้าเครื่องหนังเพื่อทำตลาดส่งออกเองบ้าง จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์มีอา (Miah) ขึ้นมาพร้อมทำตลาดส่งออกทันที ตั้งแต่ 5 ปีก่อน

สำหรับชื่อแบรนด์ “มีอา” นั้น ปรีดารัตน์ บอกว่ามาจากความชื่นชอบนักแสดงหญิงฮอลลีวู้ด “มีอา ฟาร์โรว์ (Mia Farrow)” เป็นการส่วนตัว จึงนำชื่อของเธอมาตั้งเป็นแบรนด์สินค้า พร้อมวางแนวคิดการสร้างแบรนด์ดังกล่าว เพื่อส่งออกตลาดยุโรปโดยเฉพาะ ด้วยเชื่อมั่นในคุณภาพการผลิตที่มาจากประเทศไทย ภายใต้ป้าย “เมด อิน ไทยแลนด์” พร้อมวางตำแหน่งการตลาด ภายใต้แนวคิด “ฟังก์ชันนัล แบ็ก” สำหรับผู้หญิงทุกคนให้สามารถใช้งานได้ทุกวัน

ในด้านการผลิตสินค้า ขณะนี้มีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 2,5003,000 ใบต่อเดือน ทั้งในส่วนของการผลิตเพื่อส่งออกและทำตลาดแบรนด์มีอา ปัจจุบันขายทั้งในยุโรปและญี่ปุ่น อย่างหลังให้การตอบรับแบรนด์มีอา เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน

“เคล็ดลับการทำตลาดเครื่องหนังในต่างประเทศนั้น หากทำตลาดในยุโรป โดยเฉพาะอิตาลีได้สำเร็จแล้ว การขยายตลาดไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อในเอเชียต่อไปก็จะไม่ใช่เรื่องยากนัก” ปรีดารัตน์ กล่าว

สำหรับพฤติกรรมการบริโภคสินค้าแฟชั่นของคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน จะดูเทรนด์ในตลาดแฟชั่นโลกหลักๆ บริษัทได้ให้ความสำคัญด้านการออกแบบสินค้าที่เกาะกระแสแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัททำตลาดส่งออก 70% และโออีเอ็มผลิตและทำตลาดในประเทศ 30%

จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้นับจากปี 2557 นี้เป็นต้นไป แบรนด์มีอามีแผนทำตลาดเชิงรุกภายในประเทศมากขึ้น ด้วยมองเห็นโอกาสการขยายตลาดเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก 1 ปีข้างหน้านับจากนี้ โดยบริษัทมีแผนติดตั้งเครื่องจักรใหม่ เพื่อเข้ามาช่วยการเพิ่มกำลังการผลิตสินค้า ในกลุ่มสินค้าไลน์ใหม่กลุ่มเฟอร์นิเจอร์ “มีอาโฮม” ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

แนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว บริษัทวางไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเข้าตลาดอาเซียนในอนาคต โดยเฉพาะการเข้าตลาดสิงคโปร์ที่เห็นว่ามีความน่าสนใจ พร้อมคาดการณ์ยอดขายในปีนี้จะเติบโตเพิ่มจากปีก่อน 15% ขณะที่การทำตลาดสินค้าในประเทศ ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ ห้างสรรพสินค้า อาทิ สยามพารากอน เซน อิเซตัน เป็นต้น และช่องทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69