
กำจัดขยะจากน้ำมันรั่ว
PTTGC แก้ปัญหาขยะจากวิกฤตน้ำมันรั่วอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและจบในเวลาที่น่าพอใจ ขยะในกรณีนี้นอกจากคราบน้ำมันรั่ว ซึ่งถือว่าเป็นขยะด้วยตัวของมันเองแล้ว ยังหมายรวมถึงขยะอื่นๆ อีกด้วย
PTTGC แก้ปัญหาขยะจากวิกฤตน้ำมันรั่วอย่างเป็นขั้นเป็นตอนและจบในเวลาที่น่าพอใจ ขยะในกรณีนี้นอกจากคราบน้ำมันรั่ว ซึ่งถือว่าเป็นขยะด้วยตัวของมันเองแล้ว ยังหมายรวมถึงขยะอื่นๆ อีกด้วย
การกำจัดขยะจะต้องคิดรวมไปถึงเรื่องวิธีการขนย้ายขยะ และจบด้วยการฟื้นฟูพื้นที่และสภาพแวดล้อมเมื่อขนย้ายขยะออกไปแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ชวนติดตามทั้งสิ้น
การทำงานอย่างหนักหน่วง 1 สัปดาห์ ทำให้วันที่ 5 ส.ค. 2556 ตอนกลางคืนประมาณ 99% ของน้ำมัน ซึ่งเป็นขยะหลักถูกขนออกจากเกาะเสม็ดได้หมดโดยเรือ Barge (เรือท้องแบน) ของทหารเรือ และเรือที่ PTTGC ว่าจ้างมานำขยะไปเก็บที่โรงกลั่น เพื่อนำไปดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนอีกประมาณ 1% จะเป็นการจัดการกับขยะปนเปื้อนน้ำมันที่เหลือและขยะทั่วไป ซึ่งยังหลงเหลืออยู่
วิธีการจัดการกับขยะทั้งสองชนิดนั้น คือ ใส่ถุงแยกใน Big Bag แล้วขนขึ้นฝั่งไปบำบัดก่อนบริหารจัดการกับขยะเหล่านั้น ช่วงแรกตั้งใจจะขนขยะไปขึ้นฝั่ง โดยไปทางอ่าวทับทิม แต่เส้นทางการขนขยะจะต้องผ่านบ้านเรือนประชาชน อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนได้ จึงเปลี่ยนแผนนำออกไปทางเรือโดยได้รับความช่วยเหลือทางทหารเรือ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เข้ามาปฏิบัติการร่วมในปฏิบัติการครั้งนี้
1 ส.ค. 2556 น้ำทะเลเริ่มใส คราบดำเริ่มหาย และคราบน้ำมันที่เก็บมาไว้ใน Big Bag ก็วางรออยู่บนฝั่งพร้อมจะขนย้าย 2 ส.ค. แม้สภาพน้ำทะเลเริ่มดีขึ้นมาก แต่เรือของทหารเรือยังเข้ามาขนขยะไม่ได้
34 ส.ค. เรือท้องแบนของทหารเรือเข้ามาถึงฝั่งเพื่อขนขยะได้ จึงเริ่มนำขยะขึ้นเรือเพื่อส่งไปเก็บที่โรงกลั่นที่มาบตาพุด ขยะที่กวาดระลอกหลังเริ่มทยอยลงเรือ Barge (เรือท้องแบน) ที่ PTTGC จ้างเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อขนขยะปนเปื้อนไปที่มาบตาพุด PTTGC โดยความร่วมมือของกองทัพเรือมุ่งมั่นขนย้ายขยะออกจากพื้นที่วิกฤตอย่างเร็วที่สุด แต่ก็มีเงื่อนไขในทางเทคนิคในการนำขยะปนเปื้อนออกไปจากอ่าวพร้าวทางเรือ คือเป็นเงื่อนไขของน้ำขึ้นน้ำลง เนื่องจากเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงมีผลต่อการนำเรือเข้าออก เพื่อขนขยะคราบน้ำมันที่อ่าวพร้าว
การขนขยะครั้งนี้ต้องทำให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงวันละ 2 ครั้งในทุกวัน และเวลาน้ำขึ้นน้ำลงจะเปลี่ยนไปวันละครึ่งชั่วโมง การจะนำเรือท้องแบนเข้ามาขนย้าย Big Bag ที่บรรจุคราบน้ำมันบนฝั่ง เรือจะแล่นเข้ามาตอนน้ำขึ้นเพื่อจะให้เรือแล่นเข้ามาใกล้ฝั่งได้มากที่สุด จากนั้นก็รอให้น้ำลงเพื่อการขนขยะจากฝั่งลงไปใส่เรือได้
เมื่อนำขยะใส่เรือแล้วต้องรอเวลาน้ำขึ้น ซึ่งทำให้เรือลอยตัวขึ้นและสามารถขนย้าย Big Bag ที่บรรจุคราบน้ำมันวิ่งออกจากอ่าวพร้าว ด้วยความตั้งใจจริงของทุกหน่วยงานทำให้การขนย้าย Big Bag ผ่านไปด้วยดี และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ต้องกล่าวตรงๆ ว่าเป็นการแก้ปัญหาได้ดีทีเดียวค่ะ
ปฏิบัติการเพื่อขจัดปัญหาเรื่องขยะหรืองานอื่นใดที่อาจจะดูเป็นงานทางเทคนิคมากๆ ก็สามารถสร้างกลยุทธ์การสื่อสารได้ด้วยการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย จากตัวอย่างนี้จะทำให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบถึงความตั้งใจจริงของ PTTGC ได้
(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)







