
กรุงไทยสยายปีกสู่อาเซียน
หลังซุ่มเงียบมานาน ในที่สุดธนาคารกรุงไทยก็ประกาศปักธงบุกตลาดในอาเซียนอย่างเต็มที่ ทั้งในประเทศจีน เวียดนาม และลาว เพื่อขยายเครือข่ายออกไปให้ครอบคลุมภูมิภาคมากขึ้น
หลังซุ่มเงียบมานาน ในที่สุดธนาคารกรุงไทยก็ประกาศปักธงบุกตลาดในอาเซียนอย่างเต็มที่ ทั้งในประเทศจีน เวียดนาม และลาว เพื่อขยายเครือข่ายออกไปให้ครอบคลุมภูมิภาคมากขึ้น
เวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดสาขาในประเทศลาวอีก 1 แห่ง เพิ่มเติมจากสาขาเวียงจันทน์ เพื่อรองรับฐานลูกค้าธุรกิจไทยที่มีการย้ายฐานการผลิตเข้าไปในประเทศลาว
ปัจจุบันมีอยู่ 4 ทำเลที่น่าสนใจ ได้แก่ จำปาศักดิ์ สะหวันนะเขต หลวงพระบาง และบ่อแก้ว ซึ่งมองว่าทำเลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดคือจำปาศักดิ์ เพราะมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูง
“ในประเทศลาวตอนนี้เรายังมีจุดอ่อนคือจำนวนสาขาที่น้อย เวลาเดินทางไปให้บริการลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลต้องใช้เวลาเดินทางนาน ประกอบกับขณะนี้มีธุรกิจไทยที่ย้ายฐานไปในลาวมากขึ้น เช่น สวนส้มธนาธรที่เข้าไปลงทุนที่ปากซอง ทำให้ธนาคารต้องตามเข้าไป” เวทย์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัท กรุงไทย ลีสซิ่ง ซึ่งเป็นบริษัทลูกของธนาคารกรุงไทยก็ยังมีแผนจะเข้าไปดำเนินธุรกิจในประเทศลาวผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตร ซึ่งเป็นธนาคารท้องถิ่นด้วย โดยในระยะแรกจะจำกัดวงธุรกิจอยู่ในกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีทั้งคนไทยและคนลาว เช่น กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ที่ต้องเช่าซื้อรถบรรทุก
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจเกษตรที่ต้องเช่าซื้อรถแทรกเตอร์และกลุ่มธุรกิจก่อสร้างที่รับสัมปทานสร้างเขื่อนหรือทำเหมืองในลาว รวมกันราว 2,300 ราย
“ตอนนี้เราอยู่ระหว่างเจรจากับธนาคารพันธมิตรรายหนึ่ง ซึ่งถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดเราน่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายในไตรมาส 2 ปีหน้า โดยกรุงไทยจะเข้าไปวางระบบที่ทันสมัยให้ ขณะที่แบงก์ลาวจะทำหน้าที่เป็นช่องทางขายเพราะเขามีสาขาและฐานลูกค้าอยู่แล้ว” เวทย์ กล่าว
ขณะที่ กิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารการเงิน ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงแผนการเปิดสาขาในประเทศเวียดนามในปี 2557 ของธนาคาร ว่า อาจมีความล่าช้าออกไปเล็กน้อย เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจธนาคารในเวียดนามกำลังมีปัญหาหนี้เสียในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางเวียดนามตั้งเงื่อนไขให้ธนาคารต่างชาติที่จะเข้าไปทำธุรกิจจะต้องใช้โมเดลการร่วมทุนกับธนาคารท้องถิ่น ทำให้ธนาคารต้องกลับมาศึกษาแผนใหม่อีกครั้ง
“เรายังมองว่าเวียดนามเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่เมื่อสอบถามไปยังแบงก์ชาติเขาได้รับคำตอบว่าถ้าเราต้องการจะเปิดสาขาเร็วจะต้องร่วมทุนกับแบงก์ท้องถิ่น ทำให้เราต้องกลับมาศึกษารายละเอียดและศึกษาตลาด แม้ว่าตลาดจะน่าสนใจแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งมากนักก็ได้” กิตติยา กล่าว
กิตติยา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับธนาคารกรุงไทยสาขาคุนหมิงอยู่ระหว่างรอใบอนุญาต (ไลเซนส์) การทำธุรกรรมเงินหยวน คาดว่าจะได้รับไลเซนส์ในปลาย ปีนี้ และจะเริ่มให้บริการธุรกรรมเงินหยวนได้ราว ต้นปีหน้า ซึ่งน่าจะทำให้ธุรกิจของธนาคารที่คุนหมิงเติบโตได้มากกว่า 10% จากปัจจุบันที่เติบโตเฉลี่ยปีละ 57% ตามสำนักงานใหญ่
“เมืองคุนหมิง ประเทศจีน มีความต้องการการทำธุรกรรมเป็นเงินหยวนอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทยสาขาคุนหมิงให้บริการทำธุรกรรมเป็นเงิน ยูเอสดอลลาร์ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับด้วยดีเสมอ แต่หากเราสามารถเปิดให้บริการทำธุรกรรมเป็นเงินหยวนได้จะยิ่งทำให้เราเติบโตมากขึ้น เพราะจะทำสวอปได้ ออกแบงก์โน้ตได้ ออก Derivative ได้” กิตติยา กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารยังมีเป้าหมายให้บริการผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ธุรกรรมเงินบาทอีมันนี่ การ์ด ในอนาคตด้วย
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทย สาขาคุนหมิง เปิดบริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการให้บริการส่งเสริมการค้า การลงทุน ระหว่างประเทศจีนและประเทศในประชาคมอาเซียน (เออีซี) และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายประเทศจีน กำหนดให้มณฑลยูนนานเป็นประตูเชื่อมจีนตอนใต้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของเมืองคุนหมิงที่ต้องการพัฒนาให้เมือง คุนหมิงเป็นศูนย์กลางทางการเงินในระดับภูมิภาค โดยปัจจุบันให้บริการธุรกรรมสินเชื่อ ธุรกรรมการรับฝากเงินตราต่างประเทศ (FCD) ธุรกรรมเงินฝากสถาบันทางการเงิน (Interbank Placement) บริการโอนเงินระหว่างประเทศ
ปัจจุบัน ธนาคารกรุงไทยมีสาขาในต่างประเทศ 7 สาขา คือ กัมพูชา 2 แห่ง ลาว สิงคโปร์ มุมไบ คุนหมิง ลอสแองเจลิส อย่างละ 1 สาขา และมีสำนักงานผู้แทนอีก 1 แห่งที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ซึ่งทุกสาขาที่อยู่ในโซนเอเชียถือว่าทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะสาขาคุนหมิง มีความแข็งแรงมาก
“กรุงไทยเป็นธนาคารต่างชาติรายเดียวที่เปิดบริการในเมืองคุนหมิงมานานกว่า 17 ปี มีคอนเนกชั่นที่ดีกับหน่วยงานราชการ กงสุล สถานทูต บริษัทเอกชนที่มาลงทุนในไทย และเรายังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับธนาคารท้องถิ่นในคุนหมิง” กิตติยา กล่าว
กิตติยายังกล่าวถึงบทบาทของธนาคารกรุงไทยในอินโดจีนและจีนตอนใต้ว่า ในช่วงปี ค.ศ. 20102012 กลุ่มอาเซียน บวกจีน เศรษฐกิจมีการเติบโต แข็งแกร่ง โดยปีที่แล้วเติบโตถึง 5.7% ส่งผลให้รายได้ต่อคนในภูมิภาคสูงขึ้น ขณะที่หนี้สาธารณะของกลุ่มอาเซียน บวกจีน อยู่ในระดับต่ำ เฉลี่ยหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของกลุ่มอาเซียน บวกจีน อยู่ที่ 41.8% ส่งผลให้มีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ด้าน สุชาติ เลี่ยงแสงทอง กงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง กล่าวว่า ประเทศจีนมีแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจใน 10 ปีข้างหน้า 3 ด้าน คือ 1.เปิดตลาดให้กว้างยิ่งขึ้น 2.อนุญาตให้เงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามากขึ้น และ 3.เร่งสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การจะเข้ามาลงทุนในจีนขอแนะนำว่าอย่าบุกเดี่ยว เพราะมีความเสี่ยงและผู้ประกอบการที่จะเข้ามาลงทุนต้องเล่นในสิ่งที่ตัวเองถนัด ต้องหาข้อมูลในสิ่งที่ตัวเองจะไปลงทุน รวมทั้งต้องมีสถาบันการเงินพร้อมให้การสนับสนุน







