
ธุรกิจจีนเฮรับหยวนผงาดโลก
กูรูชี้หนุนเอสเอ็มอีมังกรเข้าถึงแหล่งทุนรัฐเปิดทางแบงก์ต่างชาติรุกตลาด
กูรูชี้หนุนเอสเอ็มอีมังกรเข้าถึงแหล่งทุนรัฐเปิดทางแบงก์ต่างชาติรุกตลาด
กูรูชี้ใช้เงินหยวนค้าขายเวทีโลก หนุนธุรกิจแดนมังกรเข้าถึงแหล่งทุนง่ายขึ้น
ปีเตอร์ แซนด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด แสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มการใช้สกุลเงินหยวนจีนในการค้าและการเงินระหว่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ว่าจะช่วยส่งเสริมให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) แดนมังกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและระดมทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทัดเทียมกับกลุ่มธุรกิจที่มีรัฐเป็นเจ้าของภายหลังภาคธนาคารต่างประเทศจำนวนมากเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจกับเอสเอ็มอีจีนมากยิ่งขึ้น
แซนด์ให้เหตุผลว่านับตั้งแต่รัฐบาลจีนผลักดันการใช้เงินหยวนการซื้อขายระหว่างประเทศควบคู่กับปล่อยอัตราดอกเบี้ยเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดมากขึ้น เปิดทางให้ภาคธนาคารต่างประเทศสามารถช่วยเหลือธุรกิจจีนระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายหลังจากภาคธนาคารในประเทศส่วนใหญ่ลังเลที่จะปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่อเอสเอ็มอี เนื่องจากกังวลว่าอาจฉุดรั้งผลประกอบการ
“เอสเอ็มอีถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานที่สำคัญของหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้น การส่งเสริมให้เอสเอ็มอีในประเทศสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงถือเป็นสิ่งสำคัญต่อการผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างยั่งยืน” แซนด์ กล่าวระหว่างการเดินทางเยือนจีนพร้อมกับนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน ของอังกฤษในกรุงปักกิ่ง
ทั้งนี้ ภายใต้แผนปฏิรูปเศรษฐกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน รัฐบาลจีนประกาศผ่อนกฎและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนและอัตรากู้ยืม พร้อมขยายช่วงการซื้อขายเงินหยวนรายวันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ค่าเงินยืดหยุ่นมากขึ้น จากอัตราในปัจจุบันที่ยินยอมให้ช่วงการซื้อขายเงินหยวนเพิ่มหรือลดมากกว่า 1% ผลักดันให้สกุลเงินเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดมากขึ้นและเอื้อให้นักลงทุนใช้เงินหยวนในการลงทุนแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าและบริการในตลาดโลกมากขึ้น
ตอกย้ำได้จากผลสำรวจของสมาคมสื่อสารการเงินระหว่างธนาคารนานาชาติ (สวิฟท์) ในเบลเยียม พบว่า เงินสกุลหยวนของจีนสามารถแซงหน้าสกุลเงินยูโรของ 17 ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ขึ้นมาอยู่ที่อันดับสองในฐานะสกุลเงินต่างประเทศที่มีการใช้เพื่อการค้าและแลกเปลี่ยนมากที่สุดในโลกแล้ว
“ในช่วงต้นปี 2010 สัดส่วนการใช้สกุลเงินหยวนในการค้าของจีนมีน้อยกว่า 0.4% เท่านั้น ทว่าในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ สัดส่วนพุ่งขึ้นแตะระดับ 14.7% ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด” แซนด์ ระบุ







