
เกาหลียึดไทยฐานธุรกิจอุปกรณ์ส่องสว่าง
เอสเอ็มอีเกาหลี ยึดไทยฐานธุรกิจบุกตลาดส่องสว่างอาเซียน
เอสเอ็มอีเกาหลี ยึดไทยฐานธุรกิจบุกตลาดส่องสว่างอาเซียน
นายพอล จุง ผู้จัดการ บริษัท ดีเค ไลท์ (ประเทศไทย) ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เกาหลีใต้ ด้านธุรกิจอุปกรณ์หลอดไฟ เปิดเผยว่า บริษัทแม่ได้จัดตั้งสำนักงานในประเทศไทยเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นสำนักงานใหญ่ในการดำเนินธุรกิจจัดหา (ซัพพลายเออร์) อุปกรณ์ส่องสว่าง โคมไฟถนนแอลอีดี โคมไฟถนน หลอดแอลอีดี หลอดโซเดียม และบัลลาสต์ เป็นต้น
ทั้งนี้ เพื่อให้ไทยเป็นฐานการดำเนินธุรกิจอุปกรณ์ด้านส่องสว่าง หลอดไฟในภูมิภาคนี้ และมีแผนบุกตลาดประเทศต่างๆ ในอาเซียนต่อไป เนื่องจากมีโอกาสขยายตัวสูง จากกระบวนการพัฒนาของประเทศต่างๆ จากนี้ไป
สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจนั้น ในเบื้องต้นจะมุ่งหาพันธมิตรรูปแบบเครือข่ายโดยตรงในประเทศไทย โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ส่องสว่างให้กับผู้รับเหมา งานโครงการวางระบบไฟฟ้าจากบริษัทแม่ในประเทศเกาหลีใต้ ที่มีโรงงานผลิต และทำตลาดอุปกรณ์ส่องสว่างประเภทต่างๆ เพื่อทำตลาดทั้งในกลุ่มเป้าหมายลูกค้าองค์กร หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงลูกค้าทั่วไป
ขณะที่แผนธุรกิจในไทย เบื้องต้นจะมุ่งทำตลาดโครงการเป็นหลัก จากในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รับงานติดตั้งและจัดหาสินค้าอุปกรณ์ส่องสว่างที่ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจไทย อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) บริษัทในกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) โครงการประดับไฟสะพานมิตรภาพไทยลาว เป็นต้น คิดเป็นมูลค่ารายได้โครงการต่างๆ โดยรวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 บริษัทจะเริ่มวางแผนขยายการทำธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนด้วย ทันทีที่เข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน(เออีซี) ในปลายปี2558 นี้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ที่มีพื้นที่ติดกับประเทศไทย โดยใช้สำนักงานใหญ่ในไทยเป็นศูนย์กลางทำตลาดในรูปแบบเดียวกัน
ปัจจุบัน นักลงทุนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนในเวียดนามมากที่สุดในอาเซียน แต่มีแผนขยายการลงทุนประเทศอื่นในอาเซียน เช่น ไทย พม่า กัมพูชา และอินโดนีเซีย มากขึ้น ซึ่งไทยมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามายึดหลายอุตสาหกรรมในไทยเช่นยานยนต์เครื่องใช้ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะด้านคมนาคม ขนส่ง โลจิสติกส์
ส่วนในกัมพูชาเข้าไปลงทุนกิจการเหมืองแร่ร้านอาหารโรงแรม ก่อสร้างและแปรรูปเกษตร และอินโดนีเซียเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมเหล็ก เครื่องจักรกลผลิตไฟฟ้า รองเท้าหนังและการทำป่าไม้
เล็งสร้างสมดุลลงทุนอาเซียน
นางสาวฮง กล่าวว่าเกาหลีใต้มีแนวโน้มที่จะสร้างสมดุลของการลงทุนในอาเซียนมากขึ้น โดยจะรักษาระดับการลงทุนในเวียดนามไว้และขยายการลงทุนประเทศอื่นในอาเซียนซึ่งนักธุรกิจเกาหลัใต้มองการลงทุนที่ไทย พม่า กัมพูชา และอิน"โดนีเซียมากขึ้น โดยนักธุรกิจญี่ปุ่นเข้ามายึดหลายอุตสาหกรรมในไทยเช่นยานยนต์เครื่องใช้ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์
"นักธุรกิจเกาหลีพยายามเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น หลายอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้พร้อมออกไปลงทุนในต่างประเทศทั้งอิเล็กทรอนิกส์ ไอที ยานยนต์ ก่อสร้างการจัดการสิ่งแวดล้อม"
ทั้งนี้ถึงเวลาที่นักธุรกิจเกาหลีใต้จะมองไทยมากขึ้น ซึ้งช่วงนั้นกำลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้นักธุรกิจเกาหลีใต้มองว่าไทยมีศักยภาพในการลงทุนเพราะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โดยไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ของอาเซียน จึงทำให้ไทยมีความได้เปรียบประเทศอื่น รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ก็อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเช่นเวียดนาม จีน







