posttoday
การเมืองร้อน จับตา กสทช.ดูแลสื่อ

การเมืองร้อน จับตา กสทช.ดูแลสื่อ

09 ธันวาคม 2556

สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศร้อนแรงมากยิ่งขึ้น บทบาทของสื่อโทรทัศน์ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในด้านต่างๆ จึงมีความสำคัญสูงมาก ร้อนถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีเรื่องร้องเรียนจากฝ่ายการเมืองต่างๆ เพื่อให้ไปกำกับดูแลการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารของสื่อฟรีทีวีจำนวน 6 ช่อง รวมถึงเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม

สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศร้อนแรงมากยิ่งขึ้น บทบาทของสื่อโทรทัศน์ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในด้านต่างๆ จึงมีความสำคัญสูงมาก ร้อนถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่มีเรื่องร้องเรียนจากฝ่ายการเมืองต่างๆ เพื่อให้ไปกำกับดูแลการนำเสนอข้อมูล ข่าวสารของสื่อฟรีทีวีจำนวน 6 ช่อง รวมถึงเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม

สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และ กรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) และศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ต่างเข้ามายื่นเรื่องต่อ กสทช.ให้กำกับดูแลการนำเสนอข่าวของฟรีทีวีให้เป็นกลางและปราศจากการแทรกแซง

ขณะที่ ศอ.รส. ได้เข้ามากำชับ กสทช.ให้ตรวจสอบกรณีฟรีทีวีนำเสนอข่าวของกลุ่ม กปปส. และเตรียมดำเนินคดีกับช่องบลูสกาย ในฐานะผู้สนับสนุนกปปส. กับการนำเสนอข่าวของสื่อผ่านฟรีทีวีสำหรับ ส่วน กปปส.ได้เรียกร้องให้เข้าไปดูแลนำเสนอข่าวของช่อง 9 และช่อง 11 ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ ให้เป็นกลาง

ล่าสุด ช่อง 11 ให้เวลากับรายการความจริงวันนี้ ที่มีผู้ดำเนินรายการ 3 คน คือ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์ เป็นช่องทางตอบโต้กับบลูสกายโดยตรง

“เห็นว่าสื่อควรนำเสนอข้อมูลจาก 2 ด้าน และไม่ควรนำเสนอข้อมูลจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะสื่อของรัฐ เพราะอาจเกิดปัญหายั่วยุตามมาได้”

ทั้งนี้ คณะจากข้อเรียกร้องของสองฝ่าย ที่ความเกี่ยวข้องกับการเมือง จึงจะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ ที่ประชุม กรรมการ กสทช. (บอร์ด) ชุดใหญ่ จะประชุมในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ เพื่อหารือถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิทธิการสื่อสารของประชาชน รวมทั้งอาจมีความจำเป็นต้องมีมาตรการและแนวทางออกมา เพื่อป้องกันกรณีที่อาจเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคตส่วนกรณีล่าสุด ช่อง 11 นำเสนอรายการที่มี นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ได้ออกรายการพิเศษ ทันสถานการณ์ บ้านเมือง นั้น เห็นว่า ควรมีการนำเสนอข้อมูลจาก 2 ด้าน และไม่ควรนำเสนอข้อมูลจากฝ่ายรัฐบาลเพียงด้านเดียว เพราะอาจเกิดปัญหาการยั่วยุตามมาได้ เนื่องจากช่อง 9 และช่อง 11 เป็นสื่อของภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม กสทช.มีอำนาจตามมาตรา 37 ของ พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ซึ่งกำหนดเนื้อหาที่เข้าข่ายความผิดใน 4 กรณี คือ 1.ห้ามออกอากาศรายการที่มีเนื้อหาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.กระทบความมั่นคงของรัฐ 3.เข้าข่ายลามกอนาจาร และ 4.กระทบต่อศีลธรรมอันดี ซึ่งในวันที่ 9 ธ.ค.นี้จะนำข้อร้องเรียนต่างๆ พิจารณาในบอร์ด กสท.ว่าขัดต่อกฎหมายหรือไม่ และจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านนักวิชาการสื่อ อย่าง สมเกียรติ อ่อนวิมล มองว่า สถานการณ์สื่อขณะนี้ มีแต่สื่อที่ลำเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นสื่อของรัฐ หรือเอกชน ที่อยู่ภายใต้สัมปทานของรัฐ ก็ไม่สามารถนำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมาได้ เพราะฉะนั้นประชาชนต้องรู้เท่าทันสื่อ และเลือกบริโภคสื่อที่ให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน และอยากเรียกร้องให้สื่อมวลชน โดยเฉพาะทีวีทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้องที่สุด

ขณะเดียวกัน กสท. ก็มีแนวทางดูแลเรื่องดังกล่าวแล้ว ทำให้ก่อนหน้านี้ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ได้ส่งหนังสือไปยังฟรีทีวี เคเบิ้ลทีวี ทีวีดาวเทียม และสถานีวิทยุทั้งหมดแล้ว เพื่อให้นำเสนอข้อมูลข่าวสารทุกอย่างอย่างรอบด้าน ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการสถานีแต่ละแห่ง

พร้อมกันนี้ จะนำเรื่องร้องเรียนของ กปปส. และศอ.รส เข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการ กสท. ในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ เพื่อตรวจสอบเนื้อหารายการตามขั้นตอน โดย กสท. มีคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหา ทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหารายการที่ออกอากาศไปแล้ว หลังจากมีผู้ร้องเรียนมาที่ กสทช. ก่อน ว่ามีความผิดตามมาตรา 37 ของ พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 หรือไม่

หากผิดตามมาตรา 37 กสทช. ก็จะมีขั้นตอนคือ 1.เตือน ทั้งวาจาหรือหนังสือ 2.ปรับ หรือสั่งให้แก้ไข 3.พักใช้ใบอนุญาต และ 4. เพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งขั้นตอนตรวจสอบใช้เวลาตรวจสอบนานพอสมควร

คงต้องจับตาว่า กสทช.ในฐานะผู้กำกับดูแลสื่อ จะมีแนวทางในการดูแลอย่างไร เพื่อช่วยให้ประชาชนฝ่าวิกฤตสงครามสื่อครั้งนี้ไปได้

วเทียม และสื่อวิทยุ จะสามารถมีแผน หรือ มาตรการดูแลสื่อ ออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ รวมทั้งจะมีแนวทางกำกับดูแลเนื้อหารายการที่นำเสนอเรื่องการเมือง อย่างไร

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง