
ประท้วงซอยตัน
การประท้วงที่ถนนราชดำเนิน หากนับถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเดือนเศษแล้ว ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาความขัดแย้งการเมืองอย่างรุนแรง พอจะสรุปผลกระทบทางเศรษฐกิจในเดือน พ.ย.ได้สังเขปดังนี้
การประท้วงที่ถนนราชดำเนิน หากนับถึงวันนี้ก็เป็นเวลาเดือนเศษแล้ว ในด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาความขัดแย้งการเมืองอย่างรุนแรง พอจะสรุปผลกระทบทางเศรษฐกิจในเดือน พ.ย.ได้สังเขปดังนี้
ด้านการท่องเที่ยว ผู้โดยสารต่างชาติผ่านสนามบินสุวรรณภูมิลดลง 15% ส่วนสายการบินในประเทศ ผู้โดยสารลดลง 5% จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติแถบเอเชีย ซึ่งจองตั๋วผ่านบริษัททัวร์ลดลงราว 20% และทัวร์ในประเทศลดลง 30% ขณะที่การจับจ่ายซื้อสินค้าของประชาชน เดือน พ.ย. ลดเหลือ 1.2–1.5% ต่ำสุดในรอบ 22 เดือน
ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าปัญหาการเมืองกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศประมาณ 12 หมื่นล้านบาท ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง การชะลอตัวทั้งด้านการลงทุนและการบริโภค ซึ่ง สศช. หรือสภาพัฒน์ ได้ปรับเป้าการขยายตัวทางเศรษฐกิจเหลือ 3% ขณะที่เอกชนเห็นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจปีนี้อาจต่ำกว่านั้น และในปีหน้าอาจขยายตัวเพียง 44.5%
ขณะที่เศรษฐกิจไทยในต้นปี 2557 ยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกมากมาย ทั้งจากเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่ดีนัก ซึ่งส่งผลต่อภาคส่งออก เมื่อบวกกับปัจจัย “การเมืองซอยตัน” เศรษฐกิจไทยข้างหน้าจึงมืดมัว โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของต่างชาติที่สะท้อนผ่านสื่ออย่าง บีบีซี อัลจาซีรา ฯลฯ ซึ่งมองสอดคล้องกันว่า “สถานการณ์การเมืองไทยไม่ต่างกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะปะทุได้ตลอดเวลา หากประเทศไทยยังไม่สามารถถอดชนวนความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางการเมือง ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจเพียงใด นักลงทุนก็ย่อมยากที่จะลงทุนอย่างแน่นอน”
ทั้งนี้ ภายใต้รัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ การเมืองในประเทศไร้ทิศทาง ทำให้การแก้ปัญหาเศรษฐกิจก็ยากที่จะเข้าไปแก้ไขเยียวยาทุกขณะ เพราะหากคนไทยด้วยกันยังไม่เชื่อมั่นเสถียรภาพของรัฐบาล และไม่เชื่อมั่นเสถียรภาพของประเทศ แล้วจะให้ต่างชาติมั่นใจได้อย่างไร (ติดตามบทความย้อนหลังได้ที่ www.tanitsorat.com)







