
ทริสหั่นเครดิตPFเหลือBB+ส่อกำไรหด
ทริสต์ลดเครดิตองค์กร PF จาก “BBB” เป็นระดับ “BB+” เพราะศักยภาพในการทำกำไรลดลง
ทริสต์ลดเครดิตองค์กร PF จาก “BBB” เป็นระดับ “BB+” เพราะศักยภาพในการทำกำไรลดลง
ทริส เรทติ้ง ปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) เป็นระดับ “BB+” จาก “BBB” และยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกันบางส่วนของบริษัท (PF143A, PF153A และ PF15NA) ที่ระดับ “BBB” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกัน (PF156A) ที่ระดับ “BB+”
การปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงและอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงนั้น มีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นจากทั้งธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรม และจากผลการดำเนินงานที่แย่ของโครงการคอนโดมิเนียม
นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงผลงานที่เป็นที่ยอมรับของบริษัทในตลาดบ้านจัดสรร ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลงและมีการแข่งขันสูง รวมถึงความกังวลในด้านต้นทุนการพัฒนาโครงการที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะขาดแคลนแรงงานในกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างด้วย
แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงความหวังว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 70% เอาไว้ได้
ทริส เรทติ้ง คาดว่าบริษัทจะสามารถก่อสร้างและส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมได้ตามแผน รวมถึงแผนการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักนั้นคาดว่าจะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่องทางการเงินให้กับบริษัทได้ในระยะสั้นถึงปานกลาง
ทั้งนี้ อันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากสถานะทางธุรกิจและทางการเงินของบริษัทปรับตัวลดลงจากระดับปัจจุบัน ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับเพิ่มขึ้นหากอัตรากำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 10-12% และอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอยู่ที่ระดับ 60-65% ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
อันดับเครดิตองค์กรของ PF นั้นไม่จัดอยู่ในอันดับความน่าเชื่อถือในระดับน่าลงทุน ดังนั้นการพิจารณาอันดับเครดิตหุ้นกู้จะคำนึงถึงโอกาสในการได้คืนในกรณีผิดนัดชำระหนี้ด้วยนอกเหนือจากการพิจารณาตามอันดับเครดิตองค์กรแล้ว โดยโอกาสในการได้คืนของหุ้นกู้ไม่มีประกันของบริษัทนั้นคาดว่าจะสูงเกินกว่า 50% ดังนั้น อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่มีประกันดังกล่าวจึงเท่ากับอันดับเครดิตองค์กรที่ “BB+” สำหรับอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกันบางส่วนของบริษัทยังคงเท่ากับ “BBB” ซึ่งสูงกว่าอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกัน 2 อันดับ ทั้งนี้ สะท้อนถึงการที่ธนาคารธนชาต ค้ำประกันการจ่ายเงิน 60% ของมูลค่าหุ้นกู้ โดยธนาคารได้รับการจัดอันดับเครดิต โดย ทริส เรทติ้ง ที่ระดับ “AA” ด้วยแนวโน้ม “คงที่”







