
ดิจิตอลโมเดล 3 มิติตอบโจทย์ยุคภัยพิบัติ
การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยที่ไม่มองล่วงหน้าถึงอนาคตมัก ก่อให้เกิดปัญหาการพังทลายเมื่อเกิดภัยพิบัติอันคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว สึนามิ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ โดยสาเหตุของวิกฤตการณ์ของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้นเป็นเพราะว่าสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าพื้นที่ของประเทศไทยนั้นจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงมากมายเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ แต่ทว่าในหน้ามรสุมที่มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี มีผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามถนนหลายสายทั่วกรุงเทพฯ ตามมาด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก
การออกแบบสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยที่ไม่มองล่วงหน้าถึงอนาคตมัก ก่อให้เกิดปัญหาการพังทลายเมื่อเกิดภัยพิบัติอันคาดไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม แผ่นดินไหว สึนามิ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ โดยสาเหตุของวิกฤตการณ์ของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ นั้นเป็นเพราะว่าสิ่งก่อสร้างเหล่านั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่าพื้นที่ของประเทศไทยนั้นจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดี ไม่ค่อยเจอเหตุการณ์ภัยพิบัติรุนแรงมากมายเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ แต่ทว่าในหน้ามรสุมที่มีฝนตกชุกเกือบทั้งปี มีผลกระทบทำให้เกิดน้ำท่วมขังตามถนนหลายสายทั่วกรุงเทพฯ ตามมาด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก
กรุงเทพฯ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการขยายความเจริญออกไปยังพื้นที่ปริมณฑลภายในช่วงเวลาไม่กี่ปี รวมไปถึงการสร้างสถานที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า และตึกสูงระฟ้าเพิ่มขึ้นมากมาย ผู้คนจำนวนมากได้ย้ายถิ่นฐานเข้ามาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นผลทำให้เกิดสิ่งก่อสร้างที่แออัดภายในเมือง รวมไปถึงสภาพการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีฝนตกในตอนเย็น ทำให้ถนนทั่วทุกสายในกรุงเทพฯ กลายสภาพเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงมีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์อุทกภัยดังที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้วได้
ยิ่งไปกว่านั้น ได้มีรายงานอยู่บ่อยๆ ว่าเกิดแผ่นดินไหวในภาคเหนือของประเทศไทย และล่าสุดสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้กล่าวว่าพื้นที่เสี่ยงภัยต่อแผ่นดินไหวในอนาคตอันใกล้คือกาญจนบุรีและพม่าหรือทะเลที่อยู่ในแผ่นรอยเคลื่อน และกรุงเทพฯ อาจได้รับผลกระทบเพราะว่าพื้นดินทั่วกรุงเทพฯเป็นดินนิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ผู้คนที่อยู่บนตึกสูงจะสามารถรู้สึกได้และตึกร้อยกว่าตึกในกรุงเทพฯ เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้เมื่อเกิดแผ่นดินไหวเพราะว่าไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับเจอกับภัยพิบัติ
แน่นอนว่ารัฐบาลจะต้องหาวิธีการใหม่ๆ ในการป้องกันและลดความเสียหายอันจะเกิดจากเหตุน้ำท่วม การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการดูแลรักษาแบบระยะยาว รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีจากออโตเดสก์และที่อื่นๆ ได้มีการผสมผสานระหว่างการออกแบบทางสถาปัตยกรรม วิศวกรรมและข้อมูลทางด้านภูมิศาสตร์เข้าด้วยกัน หากว่าตัวเมืองมีการใช้ฐานข้อมูลทางภูมิศาสตร์ที่แม่นยำ โดยใช้ข้อมูลนี้เชื่อมโยงกันกับโครงสร้างพื้นฐานทั้งวงจร รวมไปถึงกระบวนการก่อสร้างและซ่อมแซม การบูรณาการนี้จะช่วยให้การวางผังเมืองและการจัดการต่างๆ เป็นไปได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
คงเป็นการยากที่จะจินตนาการว่าการวางผังเมืองนั้นยากยิ่งขนาดไหน ซึ่งงานลักษณะนี้ การจำลองโมเดลเมืองเป็น 3 มิติจะสามารถช่วยให้ผู้ก่อสร้าง สถาปนิก วิศวกร รวมไปถึงสาธารณชนสามารถเห็นภาพรวมของเมืองและจัดลำดับความสำคัญในการฟื้นฟูเมื่อเกิดภัยพิบัติได้ ดังนั้น การซ่อมแซมจึงเป็นไปด้วยความรวดเร็วที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาธารณูปโภคที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและชีวิตประจำวัน จึงจำเป็นต้องมีการบูรณะให้กลับไปเป็นปกติมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นโมเดลยังสามารถใช้สำหรับการวางแผนสิ่งก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน
ประเทศไทยเองก็มีการเพิ่มของประชากรมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแค่เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงจังหวัดอื่นๆ อีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้สั่งแก้ผังเมืองหัวหินใหม่เพื่อลดปัญหาปัญหาความแออัดและเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการรองรับไฮสปีดเทรน ซึ่งหัวหินถือว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยได้มีนักท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านคนต่อปี โดยทางผู้ว่าได้สั่งให้มีการแก้ไขผังเมือง เพิ่มถนนวงแหวนรอบกลาง เพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการขยายเมืองออกรอบนอก
ซึ่งในกรณีนี้ หากทางรัฐได้ใช้ดิจิตอลโมเดลในการจำลองเมืองทั้งเมือง โดยในโมเดลจะมีข้อมูลทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นสภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนดินและใต้ดิน โดยข้อมูลนี้ผู้ที่ทำการวางผังเมือง, วิศวกร, โยธาธิการ และคนอื่นๆ ที่อาจจำเป็นต้องใช้มันและช่วยให้ระบุตำแหน่งพื้นที่ที่ดีที่สุดคือการพัฒนาในอนาคต
ยกตัวอย่างเช่น ลาสเวกัสได้สร้างโมเดลเมืองจำลอง 3 มิติ ด้วยความช่วยเหลือจาก วีทีเอ็น คอนซัลติ้ง และออโตเดสก์ ซึ่งในโมเดลจะมีข้อมูลทั้งหมดทางภูมิศาสตร์โดยรอบและรายละเอียดอื่นๆ ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้งบนดินและใต้ดิน ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เหล่าวิศวกร นักวางผังเมืองและทีมงานได้มากขึ้นกว่าวิธีเก่าๆ โดยโมเดลได้ถูกสร้างขึ้นมาจากโปรแกรม Autodesk InfraWorks, Autodesk Civil 3D และ Autodesk Navisworks Manage software ที่ได้จำลองโมเดลของเมืองออกมาอย่างมีชีวิตชีวา
ขั้นตอนต่อไป หากว่าองค์ประกอบทั้งหมดได้ถูกเรียบเรียงลงในโมเดลแล้ว ก็เป็นเรื่องง่ายในการจำลองภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อให้เห็นภาพว่าโครงสร้างนั้นจะเกิดอะไรขึ้นหากประสบกับภัยพิบัติเช่นนี้ ซึ่งแบบจำลองดังกล่าวจะช่วยให้เราสามารถเรียนรู้ถึงสภาพแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถวางแผนการบำรุงรักษาที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่สุด หรือในกรณีที่เกิดภัยพิบัติขึ้นจริง โมเดลจำลองนี้ก็จะช่วยให้หน่วยกู้ภัยสามารถวางแผนการช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ทันท่วงที
เพียงแค่หน่วยกู้ภัยทีมแรกถือ iPad ที่แสดงโมเดล 3 มิติซึ่งระบุว่าท่อก๊าซอยู่ที่ไหนก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปยังสิ่งก่อสร้างที่เสียหายนั่น ข้อมูลดังกล่าวจะถือได้ว่าเป็นข้อมูลสำคัญที่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้เป็นอย่างดี ในส่วนของปัญหาด้านอุทกภัย หน่วยกู้ภัยสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับผลกระทบของอุทกภัยในโมเดลเมืองจำลอง 3 มิติได้ โดยที่มีทั้งอาคารต่างๆ ภูมิทัศน์โดยรอบ และระบบเครือข่ายโทรคมนาคมทั้งหมด ซึ่งนี่จะช่วยให้สามารถกำหนดและวางแผนในด้านพลังงาน การสื่อสาร การจัดการน้ำและระบบน้ำเสีย ที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้







