
เอ็น-พาร์ค ฟื้นแบรนด์ลุยครบวงจร-เล็งเขมร
ห่างหายจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบไปนานกว่า 7 ปี
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ห่างหายจากการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบไปนานกว่า 7 ปี ด้วยมรสุมรุมเร้าทั้งปัญหาฟ้องร้อง หนี้สิน วันนี้ชื่อของ “แนเชอรัล พาร์ค” (NPark) กำลังจะหวนคืนวงการอีกครั้ง หลังจากมีผู้ถือหุ้นใหม่ ปรับโครงสร้างหนี้ เคลียร์หนี้ และเคลียร์ทุกปัญหาจบลง
การกลับมาของ “แนเชอรัล พาร์ค” ด้วยการดึงมืออาชีพ “นคร ลักษณกาญจน์” เข้ามานั่งบริหารในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ มีแผนที่จะเข้าเจาะอสังหาริมทรัพย์ทุกตลาดที่มีโอกาสการลงทุนที่ดี โดยเปิดกว้างทั้งลงทุนเอง และร่วมทุนกับพันธมิตรในโครงการที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ ยังสร้างสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนด้วยการมีทั้งธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาว เช่น โรงแรม และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะสั้น เช่น ซื้อขายที่อยู่อาศัย บ้านแนวราบ คอนโดมิเนียม และอาคารพาณิชย์
นคร กล่าวถึงแผนลงทุนของกลุ่มแนเชอรัล พาร์ค ว่า หลังจากที่ขายทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดกำไร ทั้งที่ดินเปล่า หรือหุ้นในหลายกิจการ และการเพิ่มทุน 3,000 ล้านบาทในช่วงก่อนหน้านี้ นอกจากนำเงินสดเคลียร์หนี้สินแล้ว ยังมีส่วนที่นำไปลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ ด้วย
สำหรับโครงการแรกในการกลับมาพัฒนาโครงการรอบใหม่นั้น ประเดิมด้วย โครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้แบรนด์ “พาร์ค รามอินทรา” จำนวน 206 ยูนิต มูลค่าประมาณ 350 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 29.45-36.50 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.5-1.6 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันปิดการขายแล้ว คาดจะเริ่มก่อสร้างปีหน้า และรับรู้รายได้ปี 2558
ขณะที่โครงการเพื่อขายที่อยู่ระหว่างพัฒนา และคาดว่าจะเปิดขายในปี 2557 มี 3 โครงการ คือ 1.โครงการที่ดินบางกระเจ้า จ.สมุทรปราการ ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เกือบ 200 ไร่ ซึ่งจะเป็นที่ดินแบ่งแปลงขาย แปลงละประมาณ 2 ไร่ เพื่อก่อสร้างที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์ บ้านหลังละ 20-30 ล้านบาท และจะนำที่ดินบางส่วนมาพัฒนาเป็นร้านอาหารริมแม่น้ำ
ส่วนโครงการที่ 2.คอนโดมิเนียมระดับกลางบน ทำเลรัชดาสุทธิสาร บนที่ดิน 4 ไร่ จำนวน 400 ยูนิต มูลค่า 1,200 ล้านบาท ราคาขายประมาณ ตร.ม.ละ 1 แสนบาท โดยอยู่ระหว่างตั้งแบรนด์ใหม่
การทำตลาดคอนโดมิเนียม จะใช้แบรนด์ “พาร์ค” เจาะตลาดกลาง ราคาเริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านบาท และอีก 1 แบรนด์ใหม่ เจาะตลาดกลางบน ราคาขาย ตร.ม.ละ 1 แสนบาท และโครงการที่ 3 จะเป็นโครงการที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ บนพื้นที่ 80-100 ไร่ ที่ อ.อรัญประเทศ ติดตลาดโรงเกลือ ใกล้ชายแดนไทยกัมพูชา ฝั่งปอยเปต
สำหรับการพัฒนาโครงการที่อรัญประเทศ จะแบ่งเป็นเฟส โดยเฟสแรก 20 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม ความสูง 8 ชั้น 2 อาคาร รวม 500 ยูนิต ขนาดเริ่มต้น 30 ตร.ม. ราคาประมาณ 1.5 ล้านบาท เจาะกลุ่มคนไทยและต่างชาติที่ทำงานอยู่ฝั่งกัมพูชา
นคร กล่าวว่า การเปิดตลาดคอนโดมิเนียมในย่านโรงเกลือ เนื่องจากมองเห็นโอกาสของการค้าขายชายแดนย่านนี้ โดยในแต่ละปีย่านโรงเกลือมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 67 หมื่นล้านบาท กำลังซื้อของคนที่อยู่อาศัยย่านนั้น ค้าขายย่านนั้น และต่างชาติที่ทำงานฝั่งกัมพูชาสูงมาก โดยแม้ยังไม่เปิดขาย แต่หลังประชาสัมพันธ์โครงการไป ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมาก โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์
การเข้ามาลงทุนในย่านโรงเกลือ ยังทำให้ได้รับโอกาสจากกลุ่มนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนกาสิโนที่ฝั่งปอยเปต กัมพูชา ด้วยการติดต่อให้กลุ่มเอ็นพาร์คศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนพื้นที่รอบกาสิโน ซึ่งยังขาดเรื่องธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ เช่น ศูนย์การค้า โรงภาพยนตร์ต่างๆ โดยหากเอ็นพาร์คจะไปลงทุน ก็มีทั้งลงทุนเอง หรือหาผู้ร่วมทุน หรือร่วมทุนกับกลุ่มกาสิโน
ทางด้านธุรกิจเพื่อรายได้ระยะยาว ล่าสุด ได้ซื้อกิจการโรงแรมที่ขอนแก่นของกลุ่มโชคชัย คุณวาสี ดีลเลอร์โตโยต้าขอนแก่น มาปรับปรุง พร้อมดึงเชนเซ็นทาราเข้ามาบริหาร ภายใต้ชื่อโรงแรมเซ็นทารา คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ขอนแก่น งบ 1,000 ล้านบาท เน้นตลาดประชุมสัมมนา
ทั้งนี้ การลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในย่านตลาดโรงเกลือและโรงแรมในขอนแก่น ล้วนรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะทำให้จังหวัดชายแดนของไทย และประเทศเพื่อนบ้านคึกคักมากขึ้น
สำหรับแผนพัฒนาที่ดินโรงภาษีเก่าร้อยชักสาม ที่กลุ่มเอ็นพาร์คได้รับสิทธิเช่าพัฒนาจากกรมธนารักษ์เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ล่าสุด ได้เจรจากับกรมธนารักษ์ขอชดเชยเวลาที่สูญเสียไป เพื่อให้สัญญายังคงเวลาเช่า 30 ปีเช่นกัน ซึ่งในเบื้องต้นได้รับความเห็นชอบจากกรมธนารักษ์แล้ว โดยจะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับซูเปอร์ลักซ์ชัวรี่ เริ่มปีหน้า
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการที่ดินโรงภาษีร้อยชักสาม เป็นการปรับปรุงโครงสร้างอาคารเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี จึงเป็นโครงการที่ต้องใช้เวลาพัฒนานาน คาดเสร็จปี 2558เพราะมีผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน รวมถึง จะเป็นโครงการที่คาดว่าจะร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติรายใหม่ แต่ตั้งเป้าให้แล้วเสร็จภายในปี 2558
รายได้ของกลุ่มเอ็นพาร์คปีหน้าจะมาจากโรงแรมที่ขอนแก่น เดอะ แนเชอรัล พาร์ค อพาร์ทเมนท์ สุขุมวิท 49 จากการขายที่ดินในโครงการบางกระเจ้า รายได้จากถือหุ้นในบริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ ประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่คลังสินค้า และอาคารโรงงานในโครงการบางกอก ฟรี เทรดโซนย่านบางพลี รวมเกือบ 1,000 ล้านบาท
ขณะที่ปี 2558 จะเริ่มมีรายได้ที่มากขึ้น และมองเห็นการเติบที่ชัดเจน ภายใต้แนวคิด การเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังจากหลายโครงการที่จะพัฒนาในปีหน้าเริ่มแล้วเสร็จ







