
"ขรรค์"เปิดทางใช้ดอกเบี้ยสูงดูดเงินฝาก
ธอส.เจาะฐานเงินฝากลูกค้ารายย่อย เปิดทางสาขาใช้ราคาสู้ ยันสภาพคล่องล้นกว่า 6 หมื่นล้าน ทั้งปีปล่อยกู้กว่า 9 หมื่นล้านแน่
ธอส.เจาะฐานเงินฝากลูกค้ารายย่อย เปิดทางสาขาใช้ราคาสู้ ยันสภาพคล่องล้นกว่า 6 หมื่นล้าน ทั้งปีปล่อยกู้กว่า 9 หมื่นล้านแน่
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงนโยบายด้านเงินในปี 2553 ว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าเงินฝากที่เป็นรายย่อยมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากเพิ่มอีก 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการรักษาฐานเงินฝากระยะยาวของธนาคารไว้ เนื่องจากขณะนี้ลูกค้าเงินฝากส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นลูกค้ารายใหญ่ เช่น รัฐวิสาหกิจ ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเงินฝากระหว่างรายใหญ่กับรายย่อยกว่า 60:40
ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปมีสัดส่วนเงินฝากของลูกค้ารายใหญ่กับรายย่อยที่ 30 : 70 ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีต้นทุนในการปล่อยกู้ต่ำกว่าธนาคาร
ดังนั้น ธนาคารจึงได้มอบนโยบายให้สาขามีอำนาจในการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นได้เองอีกเล็กน้อยเพื่อรักษาฐานลูกค้าราย ย่อยไว้ รวมทั้งยังไม่มีแผนที่เพิ่มสาขาเพื่อเร่งหาเงินฝาก เนื่องจากเกรงว่าการเปิดสาขาและรับพนักงานเพิ่ม อาจทำให้ธนาคารต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มมีผลกระทบต่อผลการดำเนินงานทั้งปีได้
“ธอส.พยายามออกผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่ๆ เพื่อเกาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นเยาวชนให้รู้จักรักการออม และมีการออมต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสะสมเงินไว้สำหรับซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคต” นายขรรค์ กล่าว
สำหรับสถานการณ์ทางด้านสภาพคล่องของ ธอส. ในขณะนี้มีอยู่กว่า 6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 12% ของยอดเงินฝากรวมกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่เพียงพอกับการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งในปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อไว้ที่ระดับกว่า 9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าเมื่อสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จะสามารถขยายสินเชื่อเพิ่มได้อีกกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ในแต่ละเดือนธนาคารจะมีสภาพคล่องเข้ามาจากดอกเบี้ย การจ่ายค่างวดของลูกค้ารวมกว่า 8,000 ล้านบาทต่อเดือน รวมทั้งปีคาดว่าจะมีสภาพคล่องจากส่วนนี้เป็นเงินถึง 9.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่ามากเพียงพอต่อการปล่อยสินเชื่อทั้งปี โดยที่ธนาคารยังไม่จำเป็นต้องเร่งระดมเงินฝากมากนัก ยกเว้นกรณีที่มีรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ต้องการถอนเงินฝาก
ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า เมื่อสิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้สรุปผลการดำเนินโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบในส่วนที่ธนาคารรับผิดชอบอยู่ โดยสามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 22,613 ราย เป็นเงิน 914 ล้านบาท และมียอดหนี้ระหว่างพิจารณาสินเชื่อ 92,198 ราย เป็นเงิน 6,997 ล้านบาท รวมเป็น 114,811 ราย คิดเป็นเงิน 7,911.67 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้แน่นอน







