posttoday
ค้าปลีกดันที่ริมแม่น้ำพุ่ง30%

ค้าปลีกดันที่ริมแม่น้ำพุ่ง30%

09 ธันวาคม 2556

ทีซีซี แลนด์ ระบุค้าปลีกริมเจ้าพระยาแข่งดุ คาด 3 ปี ดันราคาที่ดินอีก 20-30%

ทีซีซี แลนด์ ระบุค้าปลีกริมเจ้าพระยาแข่งดุ คาด 3 ปี ดันราคาที่ดินอีก 20-30%

นายฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ บริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน บริษัท ในเครือ ทีซีซี แลนด์ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกริมแม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มแข่งขันรุนแรง เนื่องจากมีผู้เล่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่อย่างบริษัท สยามพิวรรธน์ ที่จับมือบริษัทในเครือซีพี ทำโครงการขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่บริษัทมั่นใจไม่กระทบโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ และโครงการใหม่ที่จะเกิดใน 23 ปีข้างหน้าย่านเจริญนคร เนื่องจากรูปแบบโครงการและกลุ่มเป้าหมายต่างกัน บริษัทจะเน้นบริการค้าปลีก ส่วนคู่แข่งเน้นโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบเรสซิเดนเชียล น่าจะส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้มีศักยภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การมีผู้เล่นเพิ่มส่งผลให้ราคาที่ดินริมน้ำเริ่มปรับขึ้น คาดว่า 23 ปีจะสูงกว่าปัจจุบัน 2030% สังเกตได้จากราคาคอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนหน้านี้ราคาตารางเมตรละไม่ถึง 1 แสนบาท ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ที่ตารางเมตรละ 1.2 แสนบาทแล้ว

สำหรับความคืบหน้าโครงการค้าปลีกย่านเจริญนครบนที่ดิน 29 ไร่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนออกแบบโครงการ คาดว่าปีหน้าจะแล้วเสร็จ จากนั้นจะเริ่มก่อสร้าง ใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 2,0003,000 ล้านบาท สูงกว่าโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ที่ลงทุนไป 1,000 ล้านบาท

นายฐวัฒน์ กล่าวว่า หลังโครงการค้าปลีกย่านเจริญนครเสร็จ จะเชื่อมการเดินทางกับโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ด้วยกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำ เพื่อให้ 2 โครงการเป็นศูนย์กลางค้าปลีกริมแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนย่านราชประสงค์และสุขุมวิทที่กำลังจะเกิด

ในส่วนผลการดำเนินงานของโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ ยังคงมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการตามปกติ แม้ว่าจะมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้นหลายจุด โดยในแต่ละคืนยังมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 23 หมื่นคน

ปัจจุบันโครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน มีสัดส่วนลูกค้าคนไทยเข้ามาใช้บริการอยู่ที่ประมาณ 40% อีก 60% เป็นกลุ่มลูกค้าต่างชาติ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคเอเชีย โดยมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเข้ามาใช้บริการมากที่สุด ตามด้วยเกาหลี และญี่ปุ่น จากผลการตอบรับที่ดีคาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้

“ลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการจะเน้นมาดูบรรยากาศและรับประทานอาหาร ซึ่งในส่วนของค่าใช้จ่ายต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาท ขณะที่กลุ่มต่างชาติจะเน้นเข้ามาช้อปปิ้ง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท” นายฐวัฒน์กล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล