
เอสเอ็มอีแบงก์
ในช่วง 3 ปี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) มีปัญหาในการบริหารงานอย่างหนัก จนมีลูกหนี้หนีไปใช้บริการธนาคารอื่นเดือนละเกือบ 1,5002,000 ล้านบาท
ในช่วง 3 ปี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) มีปัญหาในการบริหารงานอย่างหนัก จนมีลูกหนี้หนีไปใช้บริการธนาคารอื่นเดือนละเกือบ 1,5002,000 ล้านบาท
เนื่องจากคณะกรรมการกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ขัดแย้งกัน จนทำให้การทำงานมีปัญหาหนี้เสียทะยานเพิ่มจาก 1.5 หมื่นล้านบาท เป็น 3.2 หมื่นล้านบาท
กำไรที่เคยมีปีละ 500 ล้านบาท กลายเป็นขาดทุนอย่างหนักจนเงินกองทุนติดลบ
ต้นทุนการเงินทุนสูงเนื่องจากมีการกู้ยืมระยะสั้นนำไปปล่อยสินเชื่อในระยะยาว ทำให้ไม่สอดคล้องกัน
มีการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาลจำนวนมากจนเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
กระทรวงการคลังจึงให้มีการเสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ระยะสั้นและระยะยาวแลกกับการใส่เงินเพิ่มทุนให้ 2,500 ล้านบาท แยกเป็นก้อนแรก 500 ล้านบาท และก้อนที่ 2 ที่จะใส่ทุนให้ในปีนี้อีก 2,000 ล้านบาท เพื่อดึงให้กองทุนเพิ่มเป็น 9.5%
แผนฟื้นฟูระยะสั้นมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาหนี้เสียให้ลดลงเหลือ 2.8 หมื่นล้านบาท เร่งปล่อยสินเชื่อให้ได้ 1.1 แสนล้านบาท
ปรับเปลี่ยนหนี้ตามเกณฑ์ให้รัดกุม กำหนดมาตรการในการติดตามหนี้ที่เกิดจากการปล่อยกู้
แผนระยะ 3 ปี พิจารณาระบบการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งตั้งแต่ระบบการปล่อยสินเชื่อ การกำกับติดตามลูกหนี้ การบริหารความเสี่ยง ปรับโครงสร้างองค์กรให้สอดคล้องกับภารกิจ







