posttoday
วารี เอนเนอร์จี กล้าเปลี่ยน เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

วารี เอนเนอร์จี กล้าเปลี่ยน เพื่อโอกาสที่ดีกว่า

06 ธันวาคม 2556

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ในนาทีนี้เมื่อพูดถึงนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างงดงามในอินเดีย คงจะหนีไม่พ้น ฮิเดช โดชิ หนุ่มชาวอินเดียเจ้าของ “บริษัท วารี เอนเนอร์จี” ผู้ผลิตอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์รายใหญ่ของอินเดีย

ปัจจุบันหนุ่มวัย 46 ปีคนนี้ มีโรงงานผลิตอยู่ถึง 2 แห่ง ซึ่งนอกจากจะส่งสินค้าไปขายทั้งในยุโรปและสหรัฐแล้ว ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์นี้ยังสามารถทำกำไรได้ถึง 20 ล้านรูปี (ราว 10 ล้านบาท) ในปี 2011 และ 2012 ที่ผ่านมา

แม้ปัจจุบันกิจการของโดชิจะเป็นที่กล่าวขานกันอย่างมากในอินเดีย ที่สามารถก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทว่าเส้นทางการเติบโตของหนุ่มแดนภารตผู้นี้ก็ต้องผ่านความยากลำบากไม่น้อย เนื่องจากเมื่อครั้งเริ่มต้นธุรกิจ โดชิมีทุนเริ่มต้นเพียง 5,000 รูปี (ราว 2,500 บาท) เท่านั้น แถมยังเป็นเงินที่ได้มาจากการหยิบยืมจากเพื่อนอีกด้วย นอกจากนี้ธุรกิจแรกที่เจ้าตัวเริ่มต้นก็ยังไม่ใช่ธุรกิจด้านพลังงานแสงอาทิตย์ แต่เป็นธุรกิจจำหน่ายชิ้นส่วนอุตสาหกรรม โดยมีชื่อว่า วารี อินสทรูเมนต์

อย่างไรก็ตาม หลังจากเริ่มต้นธุรกิจมาได้สักระยะ เจ้าตัวก็พบว่าสินค้าประเภทดังกล่าวขายดีจนไม่สามารถผลิตเพื่อให้ทันกับคำสั่งซื้อที่เข้ามาได้ทัน

ด้วยเหตุนี้ หนุ่มใหญ่เจ้าของธุรกิจจากแดนภารตจึงตัดสินใจหันมาผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ด้วยตนเอง โดยเริ่มจากการตั้งโรงงานที่มีเครื่องจักรเพียงสองตัว และไม่นานก็เริ่มขยายโรงงานไปผลิตชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น หัวจ่ายน้ำมันและวาล์ว

ช่วงนี้เองที่ธุรกิจแรกของโดชิประสบความสำเร็จสูงสุดโดย บริษัท วารี อินสทรูเมนต์ ชนะประกวดในหลายเวทีแล้วยังส่งออกสินค้าได้มากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

แต่แล้ววันหนึ่ง จุดพลิกผันครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อเจ้าตัวพบว่า ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมนี้ได้เดินมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว เนื่องจากไม่สามารถขยายตลาดได้อีกต่อไป ดังนั้นโดชิจึงตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเลือกที่จะขายกิจการให้กับบริษัทต่างชาติ แล้วกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้งกับโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่กว่า นั่นคือธุรกิจ “ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์”

ด้วยเหตุนี้ จึงกลายเป็นที่มาของ บริษัท “วารี เอนเนอร์จี” บริษัทแห่งที่สองของโดชิ ซึ่งเจ้าตัวเชื่อมั่นว่านี่คืออนาคตที่เลือกแล้ว เพราะมองว่าในขณะที่ความต้องการพลังงานของมนุษย์มีมากขึ้นทุกขณะ แต่พลังงานที่มีอยู่กลับไม่พอเพียงต่อความต้องการเหล่านั้น ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เจ้าตัวคิดว่าจะลองเสี่ยงมาลงทุนในกิจการดังกล่าว

“มีสามสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ นั่นคือ อาหาร น้ำ และพลังงาน ในขณะที่แหล่งพลังงานในปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” โดชิ กล่าว

อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นธุรกิจแห่งที่สองนี้ กลับไม่ได้ง่ายเหมือนครั้งแรก โดชิต้องพบกับปัญหาขาดทุนไปมากกว่า 7 ล้านรูปี (ราว 3.5 ล้านบาท) จากการทำการตลาดที่ยังไม่ลงตัวและต้นทุนการผลิตที่สูง ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารยังปฏิเสธที่จะให้สินเชื่อ เพราะไม่เชื่อมั่นว่าธุรกิจประเภทนี้จะไปรอด

ทว่าในที่สุด โดชิก็พบทางออกเมื่อสามารถสร้างตลาดกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พลังงานในการผลิตจำนวนมาก และกำลังต้องการพลังงานทดแทน ทำให้ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์จึงกลับมาสร้างกำไรได้ในปีที่สาม ด้วยกำไรก้อนแรกถึง 4.2 แสนรูปี (ราว 2.1 แสนบาท)

นอกจากนี้ โดชิยังได้ให้เคล็ดลับในการประสบความสำเร็จอีกอย่างว่า สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจ คือ วิสัยทัศน์ในการมองโอกาสทางธุรกิจในอนาคต และอย่าหยุดที่จะเรียนรู้

ธุรกิจของโดชินับเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับนักธุรกิจที่อยากประสบความสำเร็จ หากนำไปปรับใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล