
กลุ่มแบงก์ปี 2557 เข้าสู่ภาวะปกติ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ปรับน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์สำหรับปี 2557 ลงจากมากกว่าตลาดเป็นปกติ โดยมองว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไรน่าจะชะลอตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจ สำหรับธีมการลงทุนหลักในปี 2557 การลงทุนจากภาครัฐและเอกชนจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ดังนั้น จึงยังคงเลือกหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นแนะนำของกลุ่ม
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ปรับน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์สำหรับปี 2557 ลงจากมากกว่าตลาดเป็นปกติ โดยมองว่าแนวโน้มการเติบโตของกำไรน่าจะชะลอตัวลงตามสภาวะเศรษฐกิจ สำหรับธีมการลงทุนหลักในปี 2557 การลงทุนจากภาครัฐและเอกชนจะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและผลการดำเนินงานในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ดังนั้น จึงยังคงเลือกหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) เป็นหุ้นแนะนำของกลุ่ม
ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2556 ชะลอตัวจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งการชะลอตัวของการบริโภคหลังหมดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การส่งออกหดตัว การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าของภาครัฐ และปัญหาการเมืองในประเทศ โดยคาดว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลภายรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2556 จะขยายตัวได้เพียง 3% ขณะที่คาดจีดีพี ปี 2557 จะเติบโต 4% จากฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศแต่การเติบโตจะยังไม่ชัดเจน
ด้านการส่งออกน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก และมองว่าปัจจัยที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจจะมาจากการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยเราเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วปัญหาทางการเมืองจะผ่านพ้นไปได้ ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลจะยังคงให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ อย่างไรก็ตามเรามองว่าการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2557 ยังถือว่าต่ำกว่าศักยภาพการเติบโตของประเทศที่ 4.55%
คาดกำไรต่อหุ้น (EPS) กลุ่ม ปี 2557 โต 10.9% เทียบกับ 20.4% ในปี 2556 และคาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปี 2557 จะชะลอตัวลงเหลือเพียง 14.3% เทียบกับการเติบโตระดับสูงกว่า 20% นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยมองว่าสินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตเพียง 8.5% ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) มีแนวโน้มปรับตัวลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2556 และการแข่งขันทางด้านเงินฝากที่ยังคงมีอยู่ แม้จะไม่รุนแรง ขณะที่การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจและฐานที่สูง โดยคาดสำรองก่อนกำไรดำเนินงาน (PPOP) เติบโตเพียง 8% แต่ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองมีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังจากที่ปี 2556 มีการตั้งสำรองพิเศษเป็นจำนวนมาก โดยมองว่าคุณภาพสินเชื่อน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ เน้นหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ เลือก KTB และ BBL เป็นหุ้นแนะนำ : เพราะมองว่า ธีมการลงทุนหลักของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วง 23 ปีข้างหน้าจะเป็นเรื่องของการลงทุนในประเทศทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และการขยายตัวของสินเชื่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ โดยมองว่าเป็นธนาคารที่ได้ประโยชน์สูงสุด ขณะที่มูลค่ายังน่าสนใจ ด้านธนาคารขนาดกลาง/เล็ก ราคาหุ้นมีแนวโน้มที่จะถูก เมื่อเทียบกับธนาคารขนาดใหญ่ในช่วง 36 เดือนข้างหน้า โดยแม้ว่ามูลค่า ปัจจุบันจะถือว่าถูกมากแต่ขาดปัจจัยบวกที่จะสนับสนุนราคาหุ้น ตลาดรถยนต์ยังต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะในการฟื้นตัว
ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2556 ชะลอตัวจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งการชะลอตัวของการบริโภคหลังหมดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ การชะลอตัวของยอดส่งออกจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจโลก การเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าข้าของภาครัฐ ความไม่มั่นใจของภาคเอกชน และปัญหาการเมืองในประเทศที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ซึ่งถือเป็นฤดูกาล โดยคาดว่าจีดีพี ปี 2556 ไม่น่าจะขยายตัวเกินกว่าระดับ 3%
สำหรับปี 2557 คาดว่าจีดีพีจะเติบโต 4% จากฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศแต่การเติบโตจะยังไม่ชัดเจน ขณะที่การส่งออกน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจโลก (โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนและสหรัฐ) โดยเรามองว่าปัจจัยที่จะช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจจะมาจากการลงทุนทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วปัญหาทางการเมืองจะผ่านพ้นไปได้







