
กลยุทธ์สลัดโสร่ง
ละโส (Hla Soe) กรรมการผู้จัดการ Khattar Oo Company Ltd. ประเทศพม่า ผู้ผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อ จีทรี (GTREE) และตัวแทนจำหน่ายเสื้อผ้ายี่ห้อโนบอดี้จากไทย กล่าวว่า การทำตลาดยี่ห้อโนบอดี้ จะจับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น นักศึกษา ในพม่า ให้เปลี่ยนการแต่งตัวมาใส่การเกงยีนส์มากขึ้น โดยกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก คือ คนในเมือง กลุ่มผู้หญิงในเมืองเปลี่ยนมาใส่การเกงแล้ว 50% และกลุ่มผู้ชายในเมืองเปลี่ยนมาใส่กางเกงแล้วถึง 80% แต่ถ้ามองในภาพรวมทั้งประเทศแล้วยังไม่มาก และจากการที่ อองซานซูจี เป็นต้นแบบในการแต่งกายด้วยผ้าซิ่นทัมมิน (Stamai) ทำให้กลุ่มผู้หญิงยังเปลี่ยนมานุ่งกางเกงน้อย
ละโส (Hla Soe) กรรมการผู้จัดการ Khattar Oo Company Ltd. ประเทศพม่า ผู้ผลิตเสื้อผ้ายี่ห้อ จีทรี (GTREE) และตัวแทนจำหน่ายเสื้อผ้ายี่ห้อโนบอดี้จากไทย กล่าวว่า การทำตลาดยี่ห้อโนบอดี้ จะจับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น นักศึกษา ในพม่า ให้เปลี่ยนการแต่งตัวมาใส่การเกงยีนส์มากขึ้น โดยกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก คือ คนในเมือง กลุ่มผู้หญิงในเมืองเปลี่ยนมาใส่การเกงแล้ว 50% และกลุ่มผู้ชายในเมืองเปลี่ยนมาใส่กางเกงแล้วถึง 80% แต่ถ้ามองในภาพรวมทั้งประเทศแล้วยังไม่มาก และจากการที่ อองซานซูจี เป็นต้นแบบในการแต่งกายด้วยผ้าซิ่นทัมมิน (Stamai) ทำให้กลุ่มผู้หญิงยังเปลี่ยนมานุ่งกางเกงน้อย
คนข้างนอกมองว่าพม่าเปลี่ยนแปลงเร็วช่วง 23 ปีหลังเปิดประเทศ แต่จริงๆ พม่าเปลี่ยนมาตลอด เพราะช่วงปิดประเทศ ยังเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาค้าขาย ในพม่าจึงมีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด
สำหรับการทำธุรกิจในพม่า บริษัทสร้างแบรนด์โนบอดี้ ด้วยการโฆษณานิตยสาร ใช้สื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดีย การจัดแฟชั่นโชว์ นำนักร้องมาใส่กางเกงยีนส์ ขณะที่ราคาไม่มีการตัดราคาเหมือนสินค้าจากจีน
ปัญหาใหญ่การทำธุรกิจในพม่า คือ ต้นทุนเปิดร้านค้า ที่ต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า 23 ปี และห้างสรรพสินค้าที่เป็นช่องทางจำหน่ายหลักของยีนส์พรีเมียมมีอำนาจต่อรองสูง







