
3 ค่ายมือถือเปิดศึกราคายุค 3จี ไวกว่าที่คิด
ท่ามกลางกระแสม็อบที่ยังไม่สงบลงสนิทนักและพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ สงครามราคาของ 3 ค่ายมือถือกำลังส่อแววว่าจะปะทุขึ้นมาใหม่อีกรอบ จากเดิมที่คาดว่าน่าจะใช้เวลาในการติดตั้งโครงข่ายสักระยะหนึ่ง กว่าที่โครงข่ายจะพร้อมและกว่าจะย้ายผู้ใช้จากค่ายเดิมมาอยู่บนค่ายใหม่ภายใต้ใบอนุญาต การแข่งขันแบบหนักๆ น่าจะปรากฏได้ราวๆ กลางปีหน้า แต่แล้วทุกอย่าง กลับไม่เป็นเช่นนั้น
ท่ามกลางกระแสม็อบที่ยังไม่สงบลงสนิทนักและพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ สงครามราคาของ 3 ค่ายมือถือกำลังส่อแววว่าจะปะทุขึ้นมาใหม่อีกรอบ จากเดิมที่คาดว่าน่าจะใช้เวลาในการติดตั้งโครงข่ายสักระยะหนึ่ง กว่าที่โครงข่ายจะพร้อมและกว่าจะย้ายผู้ใช้จากค่ายเดิมมาอยู่บนค่ายใหม่ภายใต้ใบอนุญาต การแข่งขันแบบหนักๆ น่าจะปรากฏได้ราวๆ กลางปีหน้า แต่แล้วทุกอย่าง กลับไม่เป็นเช่นนั้น
เอไอเอส เร่งลงทุนโครงข่าย 3จี 2100 ด้วยสถานการณ์ลำบากกว่ารายอื่นๆ เนื่องจากคลื่นความถี่มีจำกัดเพียง 900 เมกะเฮิรตซ์เดิมเท่านั้น ซึ่งในที่สุดสามารถติดตั้งได้รวดเร็วกว่ากำหนดหลายเดือน จึงพร้อมเปิดเกมดึงลูกค้าใหม่ได้ทันที ส่วนดีแทคแม้จะเริ่มต้นช้ากว่าแต่ความที่มีคลื่น 850 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์อยู่แล้ว โครงข่ายค่อนข้างพร้อม การประกาศให้บริการผ่านไตรเน็ตจึงพร้อมแข่งขันได้ตลอดเวลา ส่วนโครงข่ายบน 2100 ค่อยๆ ตามมาได้ ส่วนทรูจุดแข็งโดดเด่นอยู่ที่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่เป็นสัญญาร่วมกับ บริษัท กสท โทรคมนาคม ส่วน 2100 ตามมาแบบช้าๆ สรุปแล้วโครงข่ายทุกรายพร้อมเปิดสมรภูมิครั้งใหม่
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ประเทศไทยเคยอยู่ท่ามกลางสมรภูมิสงครามราคาที่กดกันลงไปจนถึงนาทีละ 25 สต. ผลที่ตามมาไม่ใช่ค่าโทรที่ถูกลง แต่คุณภาพการโทรก็ตกต่ำลงไปด้วย โทรติดยาก สายหลุดบ่อย แบบที่เรียกว่าต้องกดโทรซ้ำหลายสิบครั้งกว่าจะต่อกันติดได้ แน่นอนว่าทุกวันนี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีหน้าที่วางกฎเกณฑ์เพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการแข่งขันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้
สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เรื่องสงครามราคาเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เอไอเอสยืนยันว่าจะไม่ใช่รายแรกที่เปิดเกมและจะไม่กระโดดเข้าไปร่วมแข่งขันราคา เนื่องจากเชื่อว่าการแข่งขันหลักอยู่ที่คุณภาพในการให้บริการบนพื้นฐานราคาที่เหมาะสม
ส่วนเรื่องของความพร้อมในการรับมือหากมีปริมาณการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น เอไอเอสมั่นใจว่าด้วยคลื่นความถี่และเสาสัญญาณที่มีอยู่สามารถรองรับบริการได้อย่างแน่นอน แม้เอไอเอสจะมีเพียงคลื่น 900 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์เท่านั้น แต่ในระยะยาวเอไอเอสพร้อมจะเข้าร่วมประมูลเพื่อจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ เช่น คลื่น 1800 มาเพื่อให้บริการต่อไป
ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า สงครามราคาได้เริ่มต้นมากว่า 2 เดือนแล้ว เห็นได้ชัดว่ามาเร็วกว่าที่คิดไว้และมีผู้ให้บริการบางรายทำแล้วด้วย แม้จะไม่เห็นปัญหาเรื่องการโทรเกิดขึ้น แต่ปัญหาเรื่องอินเทอร์เน็ตอาจจะช้าลงบ้างตามจำนวนและปริมาณการใช้ หากถามว่าดีแทคและเอไอเอสจะตอบโต้หรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้น
สำหรับแพ็กเกจหลักที่ผู้ให้บริการทั้ง 3 ค่ายปล่อยออกมาในลักษณะเดียวกันเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่มาเข้าใช้บริการ 3จี คือ โทรทุกค่ายราคาเดียวนาทีละ 55 สต. ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นแพ็กเกจโปรโมชั่นที่ออกมาชนกันโดยตรงเพื่อดึงลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการ รวมถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตประเภทรายสัปดาห์ ราคา 89-99 บาท สำหรับดีแทคและเอไอเอส เพื่อให้ลูกค้าได้เริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เป็นการสร้างประสบการณ์นอกเหนือจากโปรโมชั่นเครื่องสมาร์ทโฟนราคาต่ำที่ทั้ง 3 ค่ายมีในตลาดอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม แพ็กเกจที่มาแรงที่สุดยังเป็นของทรูมูฟเอช ที่เปิดให้รับซิมพร้อมโปรโมชั่น เวลคัม แพ็ก ใช้ 3จี ฟรี 4 กิกะไบต์ โดยรับฟรี 30 วันแรก 2 กิกะไบต์ และส่วนที่เหลือแบ่ง 200 เมกะไบต์ ทุก 30 วัน หรือเลือกรับโทรฟรี 400 นาที แบ่งเป็น 40 นาที รับทุก 30 วัน เป็นโปรโมชั่นที่ดึงลูกค้าได้ดี เพราะอย่างน้อยเมื่อเปิดใช้บริการจะได้รับอินเทอร์เน็ตหรือค่าโทรฟรีทันที และจะได้รับต่อเนื่องไปอีกประมาณ 10 เดือนที่มีการเติมเงินหรือจ่ายรายเดือน ซึ่งทรูมูฟเอชปล่อยโปรโมชั่นตัวนี้ออกมาถือว่ากระทบกับคู่แข่งพอสมควร เพราะอย่างน้อยก็ดึงดูดให้ผู้ใช้ได้มาทดลองเริ่มใช้งานและอาจตัดสินใจอยู่ยาวหากได้รับบริการที่น่าพึงพอใจ
นี่เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามราคารอบใหม่ของผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย ไม่ว่ารายใดจะเข้าร่วมหรือไม่ แต่เชื่อว่าครั้งนี้จะเป็นการแข่งขันที่ไม่เพียงแค่การโทรทางเสียง แต่ยังรวมถึงราคาและความเร็วอินเทอร์เน็ต ที่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นทุกขณะในปัจจุบัน กล่าวได้ว่ายุทธศาสตร์ได้ปรับการแข่งขันขยับเข้าสู่บริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือมากขึ้น
นี่อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่สะท้อนให้เห็นว่า ราคาและคุณภาพอินเทอร์เน็ตจะมีบทบาทมากขึ้น และทดแทนส่วนของบริการเสียงที่ค่อยๆ ลดความสำคัญลง ดังนั้นหัวใจหลักของบริการจึงอยู่ที่ทั้ง 3 ค่ายต้องบริหารการใช้งานให้เพียงพอ จากที่เคยเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้เร็วระดับ 3จี ถ้าอยู่ๆ เกิดสะดุดต่อไม่ติดขึ้นมา ความอดทนที่มีจะน้อยลง เชื่อว่าผู้ใช้บริการพร้อมจะย้ายค่าย หรือยกเลิกบริการเพื่อเปลี่ยนไปสู่ผู้ให้บริการอีก 2 รายที่เหลือทันทีเช่นกัน







