posttoday
จี้ป้องกันระบบไวไฟหวั่นแฮ็กเกอร์โจมตี

จี้ป้องกันระบบไวไฟหวั่นแฮ็กเกอร์โจมตี

05 ธันวาคม 2556

คนไทยโอนย้ายไปใช้ 3 จีแล้ว 20.5 ล้านเลขหมาย เร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เหตุราคาค่าบริการถูก ราคาโทรศัพท์มือถือ เหลือเพียงเครื่องละ 1,200 บาท

คนไทยโอนย้ายไปใช้ 3 จีแล้ว 20.5 ล้านเลขหมาย เร็วเป็นอันดับต้นๆ ของโลก เหตุราคาค่าบริการถูก ราคาโทรศัพท์มือถือ เหลือเพียงเครื่องละ 1,200 บาท

กสทช. จี้ผู้เกี่ยวข้องสร้างระบบป้องกันบริการไวไฟฟรี หวั่นแฮ็กเกอร์โจมตี

ร.ท.เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการประจำ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวในงานสัมมนา “Wifi Security มหันตภัยใกล้ตัว” ว่า ประเทศไทยควรมีมาตรการหรือหลักเกณฑ์ให้บริษัทต่างๆ ทำระบบไวไฟซีเคียวริตี้ โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ภาครัฐบาล และสถาบันการเงิน

ทั้งนี้ เนื่องจากในต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา พบว่ามีการแฮ็กข้อมูลผ่านไวไฟได้แล้ว และสร้างความเสียหายแก่ลูกค้า รัฐบาลอเมริกาจึงได้ออกกฎหมายให้มีการทำระบบไวไฟซีเคียวริตี้กับบริษัทบัตรเครดิต สถาบันการเงิน และภาคเอกชน เนื่องจากการเปิดฟรีไวไฟในพื้นที่ต่างๆ ของบริษัทดังกล่าวอาจทำให้มีแฮ็กเกอร์เข้ามาแฮ็กข้อมูลฐานลูกค้าได้

“อยากให้บริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนตื่นตัวเกี่ยวกับบริการไวไฟ มุ่งทำระบบป้องกันความเสียหายจากการให้บริการไวไฟในพื้นที่ต่างๆ เพราะการมีไวไฟซีเคียวริตี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจความปลอดภัยของข้อมูลของบริษัทและลูกค้าได้” ร.ท.เจษฎา กล่าว

สำหรับภาพรวมยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือทั้งประเทศ ได้โอนย้ายไปใช้บริการระบบ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ สัดส่วน 25.6% หรือ 20.5 ล้านเลขหมาย ถือเป็นอัตราการโอนย้ายเร็วอันดับต้นๆ ในโลก เมื่อเทียบกับญี่ปุ่นต้องใช้เวลาถึง 4 ปี ถึงจะมีสัดส่วนผู้ใช้บริการ 3จี ถึง 50%

ร.ท.เจษฎา กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคโอนย้ายมาระบบ 3จี เนื่องจากอัตราค่าบริการที่ลดลง จากการที่ กทค.กำหนดให้อัตราค่าบริการ 3จี ต้องลดลง 15% ประกอบกับราคาเครื่องโทรศัพท์ที่รองรับระบบ 3จี ถูกมาก เครื่องละ 1,200-1,300 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้ประเทศไทยเปิดใช้บริการ 3 จีตั้งแต่เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภค หันไปใช้บริการ 3จีมาจาก 2 ปัจจัยหลักได้แก่ 1.ค่าบริการด้านเสียง (วอยซ์) มีราคาถูกลงมาก คือ ราคาถูกสุดในตลาดอยู่ที่ 55 สตางค์ต่อนาที เท่านั้น ต่ำกว่าราคาค่าบริการขั้นต่ำที่ กทค. กำหนดไว้ให้ต่ำกว่า 15% หรือราคาประมาณ 84-85 สตางค์ต่อนาที ส่วนบริการด้านข้อมูล (ดาต้า) ก็มีโปรโมชั่นราคา 299399 บาทต่อเดือน

2.ราคาโทรศัพท์มือถือที่ให้บริการ 3 จีในประเทศ ถูกมากเช่นกัน มีราคาประมาณ 1,200-1,300 บาท เพราะผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอร์เตอร์) นำเข้าโทรศัพท์มือถือราคาถูกจากตลาดต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย ทำให้ลูกค้าทั่วไปซื้อโทรศัพท์ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันโอเปอร์เตอร์ก็มีโปรโมชั่นและแคมเปญกระตุ้นลูกค้าให้เปลี่ยนมาใช้ 3 จีจำนวนมาก

ขณะเดียวกันจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้คนไทยโอนไปใช้บริการ 3 จีเร็วมาก เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้ 3 จีเป็นประเทศแรก เมื่อ เดือน ต.ค. ปี 2544 พบว่า ต้องใช้ระยะเวลา 4 ปีจึงจะมีผู้บริโภคเปลี่ยนจากการใช้บริการ 2 จี ไปใช้ 3 จี ในสัดส่วน 50% ของลูกค้าทั้งประเทศ

สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ 3 จี ในจำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวิร์ค (เอไอเอส) จำนวน 10 ล้านเลขหมาย บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค (ดีแทค) จำนวน 4.5 ล้านเลขหมาย และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ (ทรูมูฟ) จำนวน 6 ล้านเลขหมาย โดยจำนวนหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไทยมีจำนวนประมาณ 80 ล้านเลขหมาย

ร้อยโทเจษฎา กล่าวต่อว่า สำนักงาน กสทช. ได้จัดงานสัมมนา “Wifi Security มหันตภัยใกล้ตัว” เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและภาคเอกชนต่างๆ ที่มีบริการไวไฟ ให้ตื่นตัวเรื่องการทำระบบป้องกันข้อมูลและความเสียหาย เมื่อเปิดให้บริการไวไฟในพื้นที่ต่างๆ (ไวไฟ ซีเคียวริตี้) เนื่องจากในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐ พบว่ามีการแฮกข้อมูล ผ่านไวไฟได้แล้ว และสร้างความเสียหายแก่ลูกค้า

ทั้งนี้ รัฐบาลของประเทศสหรัฐ จึงได้ออกกฎหมายให้มีการทำระบบไวไฟซีเคียวริตี้ กับบริษัทบัตรเครดิตและสถาบันการเงิน และภาคเอกชน เนื่องจากการเปิดฟรีไวไฟในพื้นที่ต่างๆ ของบริษัทดังกล่าว อาจจะมีแฮกเกอร์เข้ามา แฮกข้อมูลฐานลูกค้าผ่านไวไฟได้ ดังนั้นการมีไวไฟซีเคียวริตี้ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจความปลอดภัยของข้อมูลของบริษัทและลูกค้าได้ โดย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี