posttoday
ปปช.รุดขอใบขนย้ายข้าวสอบทุจริตจีทูจี

ปปช.รุดขอใบขนย้ายข้าวสอบทุจริตจีทูจี

05 ธันวาคม 2556

ป.ป.ช. บุกขอเอกสารใบขนย้ายข้าวออกจากโกดังรัฐจากอคส. หวังใช้เป็นหลักฐานเรียกพยานบุคคลสอบทุจริตขายข้าวจีทูจี ด้าน “ยรรยง” สั่งทุกหน่วยงานให้ข้อมูลพร้อมชี้แจงให้เข้าใจ

ป.ป.ช. บุกขอเอกสารใบขนย้ายข้าวออกจากโกดังรัฐจากอคส. หวังใช้เป็นหลักฐานเรียกพยานบุคคลสอบทุจริตขายข้าวจีทูจี ด้าน “ยรรยง” สั่งทุกหน่วยงานให้ข้อมูลพร้อมชี้แจงให้เข้าใจ

ป.ป.ช.บุกขอเอกสารขนย้ายข้าว อคส. หลักฐานทุจริตขายข้าวจีทูจี “ยรรยง” หวั่นผู้ถูกสอบไหวตัว

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ได้เดินทางมาองค์การคลังสินค้า (อคส.) เพื่อขอรับเอกสารใบขนย้ายข้าวในสต๊อกรัฐออกจากโกดังกลาง ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ขอจาก อคส.มากว่า 5 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้ โดย อคส.อ้างว่าอยู่ระหว่างรวบรวมเอกสาร ทั้งนี้เอกสารดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของกระทรวงพาณิชย์ ที่พรรคฝ่ายค้านร้องเรียนว่าอาจมีการทุจริตเกิดขึ้น

“การตรวจสอบใบขนย้าย จะทำให้ทราบเส้นทางของข้าวที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าขายแบบจีทูจีให้กับรัฐวิสาหกิจของจีนนั้น ขายให้จริงหรือไม่ ได้ขนข้าวออกจากโกดังเพื่อส่งออกให้จีนจริงหรือไม่ หรือมีการนำข้าวมาเวียนขายในประเทศ รวมทั้งทำให้รู้เส้นทางของเงินที่นำมาซื้อข้าวว่ามาจากไหน” นายวิทยา กล่าว

โดยเอกสารที่มารับจาอคส.เป็นใบขนย้ายข้าวในสต๊อกรัฐออกจากโกดังกลาง ซึ่งป.ป.ช.ได้ขอจากอคส.มาแล้วกว่า 5 เดือน แต่ยังไม่ได้จัดส่งให้ โดยอ้างว่ากำลังรวบรวมเอกสารอยู่

ทั้งนี้ อคส. ระบุว่า การขายข้าวจีทูจีของรัฐบาลชุดนี้ให้กับรัฐวิสาหกิจจีน มีการขนข้าวออกจากโกดังทั่วประเทศ 180 ครั้ง ซึ่ง ป.ป.ช.ได้สุ่มตรวจใบขนย้ายจากโกดังทั่วประเทศแล้ว 34 แห่ง ก่อนหน้านี้ อคส.ได้จัดส่งให้แล้ว 7 แห่ง ครั้งนี้ได้ส่งเพิ่มอีก 10 แห่ง รวมเป็น 17 แห่ง ส่วนที่เหลือคาดว่าจะส่งให้ในเร็วๆ นี้ และอย่างไรก็ตาม การตรวจสอบใบขนย้าย จะทำให้ทราบเส้นทางของข้าวที่กระทรวงพาณิชย์บอกว่าขายแบบจีทูจีให้กับรัฐวิสากิจของจีนนั้น ขายให้จริงหรือไม่ ได้มีการขนข้าวออกจากโกดัง เพื่อส่งออกให้จีนจริงหรือไม่ หรือมีการนำข้าวมาเวียนขายในประเทศหรือไม่ รวมทั้งให้รู้เส้นทางของเงินที่นำมาซื้อข้าวว่ามาจากไหน เมื่อได้เอกสารครบถ้วนแล้ว ต่อไปจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าของโกดัง หัวหน้าคลังสินค้ามาให้ปากคำเพิ่มเติม

นายวิทยา กล่าวว่า การตรวจสอบคดีนี้จะสรุปผลได้เมื่อไร คงต้องขึ้นอยู่กับเอกสาร และพยานบุคคลที่ตรวจสอบเพิ่มเติม หากมีเอกสารและพยานเพียงพอ ก็จะชี้มูลได้ในเร็วๆนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายมีการทุจริตจริง ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ หากเป็นข้าราชการประจำ จะแจ้งต้นสังกัดให้พิจารณาเอาผิดทางวินัย และฟ้องศาลฎีกาให้เอาผิดทางอาญาด้วย และหากเป็นข้าราชการการเมือง จะแจ้งความดำเนินคดีกับศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ด้านนายชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ผู้อำนวยการ อคส. กล่าวว่า ได้ชี้แจงป.ป.ช. ว่าพร้อมให้ความร่วมมือ และสั่งการให้รองผู้อำนวยการ อคส.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจัดส่งเอกสารให้ป.ป.ช.ตามที่ได้ขอมา อย่างไรก็ตาม ตนเพิ่งรับตำแหน่งผู้อำนวยการอคส.ได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น กรณีที่ป.ป.ช.ระบุว่าได้ขอข้อมูลมาแล้ว 5 เดือนแต่อคส.ยังไม่ได้ส่งให้นั้น ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ตนเป็นผู้อำนวยการ อีกทั้งตนไม่ได้ดูแลสัญญาขายข้าวจีทูจีในล็อตดังกล่าว และที่ผ่านมา อคส. มุ่งทำตามนโยบายรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล ทำให้ต้องใช้บุคคลจำนวนมาก จึงอาจจัดส่งเอกสารให้ล่าช้า ส่วนการสอบสวนจะเป็นอย่างไรคงต้องรอป.ป.ช.

นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯให้ความร่วมมือกับป.ป.ช.อย่างเต็มที่มาตลอด ไม่ได้ปิดบังอยู่แล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ให้ความร่วมมือดีเช่นกัน ซึ่งมั่นใจว่า การขายข้าวจีทูจีให้กับจีนดำเนินการอย่างถูกต้อง โปร่งใส

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมการค้าต่างประเทศ กรมการค้าภายใน และ อคส.ให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ช.ตามที่ขอมา และต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ ป.ป.ช. และสาธารณชนเข้าใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ตรวจสอบเรื่องวิธีขายข้าวจีทูจีนั้นมีหลายวิธี ต้องแยกแยะให้ถูกต้อง ไม่ใช่เป็นการขายข้าวจากรัฐบาลผู้ขายให้รัฐบาลผู้ซื้อแบบเดียว แต่มีหลายแบบ เช่น มีการขายหน้าคลังสินค้า โดยผู้ซื้อต้องหาผู้ปรับปรุงคุณภาพและส่งมอบเอง หรือการขายแบบ ณ ท่าเรือ (เอฟโอบี) คือ ผู้ขายจะจัดหาผู้ปรับปรุงและรับผิดชอบการจัดส่งให้ผู้ซื้อจนถึงท่าเรือ เป็นต้นหรือการขายแบบซีไอเอฟ ที่ผู้ขายจะต้องรับผิดชอบข้าวจนถึงปลายทาง ส่วนระยะเวลาในการส่งมอบ ถ้าสั่งซื้อมาก 12 ล้านตัน ก็ต้องให้เวลาในการรับมอบข้าวนาน เช่น 5 ปี

“ผมมองว่ากระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช.ขณะนี้ เป็นการแบไต๋มากเกินไป เพราะจะทำให้ผู้ถูกสอบเสียหาย โดยที่ ป.ป.ช.ยังไม่สรุปว่ามีความผิดจริง ดังนั้น ป.ป.ช.ควรสรุปให้เสร็จก่อน ไม่ใช่เปิดเผยเลย เพราะถ้าผู้ถูกสอบเป็นคนไม่สุจริตก็จะหาวิธีปกป้องตนเองเพื่อให้รอดพ้นได้” นายยรรยง กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ