
เกาะติดสถานการณ์
บรรเทาผลกระทบม็อบ
นายนพดล สระวาสี โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยเฉพาะการบรรเทาผลกระทบให้กับภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง โดยสั่งการให้ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการ 70 ราย ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และกำหนดจัดงานโดยนำผู้ประกอบการรายย่อยในย่านราชประสงค์มาร่วมจำหน่ายสินค้า ระหว่างวันที่ 1521 พ.ค.นี้ ที่ชาเลนเจอร์ 3 เมืองทองธานี และจัดงานธงฟ้าในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อช่วยระบายสินค้าค้างสต๊อกของผู้ประกอบการ และเจรจาลดค่าเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า
เกษตรฯ ปรับโครงสร้างสินค้าเกษตร
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2554 ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ที่ผ่านมา ในวงเงินทั้งสิ้น 78,486.65 ล้านบาท จากที่เสนอไปทั้งหมด 143,582.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่ได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 56,855.44 ล้านบาท หรือร้อยะ 38.05 โดยแบ่งเป็นส่วนราชการ จำนวน 76,138.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 คิดเป็น ร้อยละ40.07 รัฐวิสาหกิจ จำนวน 1,681.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ร้อยละ 25.71 และกองทุน ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวน 666.80 ล้านบาท น้อยลงจากปี 2553 คิดเป็นร้อยละ 42.52
ทั้งนี้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรในปี 2554 นั้น โดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายที่สำคัญ 3 ส่วนหลักด้วยกัน ได้แก่ 1.รายจ่ายประจำขั้นต่ำที่จำเป็น 2.รายจ่ายตามข้อผูกพันที่ต้องจัดสรร และ 3.รายจ่ายตามภารกิจพื้นฐานและยุทธศาสตร์ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ยังคงเน้นดำเนินนโยบายการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจภาคเกษตรทั้งการพัฒนาการผลิตเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร รวมถึงการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานและภารกิจสนับสนุน
เฝ้าระวังผลผลิตข้าวนาปรังผลไม้
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรในภาพรวมเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ดัชนีราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นร้อยละ 19.48 โดยสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียว อ้อย โรงงาน มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สุกร ไก่เนื้อ และไข่ไก่ ส่วนสินค้าที่ราคาลดลงได้แก่ ข้าวเจ้านาปี ข้าวนาปรัง ถั่วเหลือง กาแฟและกุ้งขาวแวนนาไม ขณะที่ในเดือนเม.ย. ดัชนีราคาใกล้เคียงกับเดือนมี.ค. ส่วนเดือน พ.ค.นี้ คาดว่าราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดจะลดลงโดยสินค้าที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ข้าวนาปรัง และผลไม้
ซึ่งในเดือนพ.ค.นี้ คาดว่าจะมีผลผลิตข้าวนาปรังออกสู่ตลาด 1.745ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ20.81 ส่วนผลไม้ คาดว่าจะมีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด229,295 ตัน เงาะ 100,709 ตัน มังคุด 64,670 ตัน และผลผลิตลิ้นจี่ จำนวน 41,126 ตัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯได้เตรียมมาตรการในการแก้ไขปัญหาผลไม้ ตามแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออกปี 2553 ไว้แล้ว ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเองก็จะมีการติดตามสถานการณ์การผลิตและราคาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งเตือนไปยังเกษตรกรและวางมาตรการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันต่อสถานการณ์







