
ทำแบรนด์หลายราคา
นับวันธุรกิจร้านอาหารปิ้งย่างจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้แต่ละผู้ประกอบการต้องออกมางัดกลยุทธ์เด็ดๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าเช่นเดียว บริษัท มิยาบิ กริลล์
นับวันธุรกิจร้านอาหารปิ้งย่างจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ส่งผลให้แต่ละผู้ประกอบการต้องออกมางัดกลยุทธ์เด็ดๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าเช่นเดียว บริษัท มิยาบิ กริลล์
เตชิต หร่มระฤก กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิยาบิ กริลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ปิ้งย่างภายใต้แบรนด์ โจเซ็น มิยาบิ และมิยาบิ ไคเต็น กล่าวว่า การแข่งขันของธุรกิจร้านอาหารปิ้งย่างนับวันจะมีการแข่งขันที่รุนแรง เนื่องจากมีผู้เล่นเข้ามาทำตลาดมากขึ้น
ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงต้องชูจุดเด่นของร้านอาหารในเครือ ซึ่งต่างไปจากคู่แข่ง เพื่อใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่ดีนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น การบริการ รวมไปถึงการตกแต่งบรรยากาศภายในร้านที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์โจเซ็น
นอกจากจะมีอาหารที่นำเข้าโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว ในส่วนของเครื่องดื่มก็มีการนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ สาเก หรือค็อกเทลในรูปแบบต่างๆ
อีกปัจจัยที่ทำให้กลุ่มมิยาบิประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คือ การมีแบรนด์ร้านอาหารปิ้งย่างหลายแบรนด์ เพื่อให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกจำเจกับร้านอาหารแบรนด์เดิมๆ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มมิยาบิมีร้านอาหารปิ้งย่างในเครือทั้งหมด 3 แบรนด์ คือ โจเซ็น มิยาบิ และมิยาบิ ไคเต็น ซึ่งในส่วนของกลางเดือน ธ.ค.นี้ เตรียมเปิดตัวร้านอาหารปิ้งย่างอีก 1 แบรนด์ภายใต้ชื่อ วาบิซาบิ
เตชิต กล่าวเพิ่มว่า การมีแบรนด์ร้านอาหารที่หลากหลาย นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคไม่มีความจำเจในแบรนด์ร้านอาหารแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้บริษัทสามารถจำหน่ายอาหารได้หลายราคา เพื่อเป็นทางเลือกของผู้บริโภค ซึ่งในปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะนำร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ใหม่เข้ามาทำตลาดอีกประมาณ 45 แบรนด์ หนึ่งในจำนวนดังกล่าวที่สามารถเปิดเผยได้ คือ ร้านราเมน







