posttoday
นายกฯสั่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

นายกฯสั่งหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

04 ธันวาคม 2556

“ยิ่งลักษณ์” สั่ง “โต้ง” ระดมสมองออกแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังเศรษฐกิจไทยต.ค.ยังแผ่ว “ประสาร” ส่งสัญญาณใช้มาตรการการเงินกระตุ้น

“ยิ่งลักษณ์” สั่ง “โต้ง” ระดมสมองออกแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลังเศรษฐกิจไทยต.ค.ยังแผ่ว “ประสาร” ส่งสัญญาณใช้มาตรการการเงินกระตุ้น

นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจครั้งที่ 22/2556 ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อหารือเศรษฐกิจภาพรวมของไทยว่าได้รับผลกระทบจากการชุมนุมหรือไม่ โดยจะต้องทำให้การท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบ หาทางสร้างความมั่นใจให้กับคนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และทุกกระทรวง กระตุ้นการทำงานร่วมกับภาคเอกชน นอกจากนี้ขอให้ประสานร่วมกับสถานทูตประเทศต่างๆ ที่ได้มีการเตือนการเดินทางมาในประเทศไทย โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและยุโรป นอกจากนี้อยากเห็นการจัดกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังคงเดินหน้าต่อไป อาจจะมีเพียงแค่บางพื้นที่เท่านั้นที่ไม่สะดวกเพราะมีการชุมนุม

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ธนาคารแห่งประเทศไทย รวมถึงสศช.ในการร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อการสร้างความมั่นใจ การส่งเสริมการลงทุน การกระตุ้นการจ้างงาน โดยคาดว่าน่าจะประกาศในช่วงต้นปีหน้า ขณะเดียวกันได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆ นำข้อเสนอของเอกชนที่จะให้ภาครัฐขจัดอุปสรรคในการทำธุรกิจและยกมาตรฐานการผลิตมากำหนดแผนการดำเนินการที่ชัดเจนอีกด้วย

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า การชุมนุมทางการเมืองกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่ง ณ วันที่ 3 ธันวาคม 2556 มีถึง 36 ประเทศที่เตือนการเดินทางมาเยือนประเทศไทย ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางมาเยือนประเทศไทยในสัดส่วนที่น้อยลง นอกจากนี้การเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ในช่วง 2 เดือนแรกมีการเบิกจ่ายรวม 476,568 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 15.2% นอกจากนี้ยังกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ต่างประเทศยังคงเชื่อมั่นเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทย จึงยังไม่มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศไทยลงแต่อย่างใด

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ทั้งในด้านการบริโภค การส่งออก และการผลิตภาคการเกษตร อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับเดือนเดียวของปีก่อน เศรษฐกิจส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เพราะฐานที่สูงในปีก่อน ทั้งนี้เสถียรภาพทางเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี เงินเฟ้อไม่กดดัน ทำให้คณะกรรมการนโยบายการเงินสามารถดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลงมาได้ด้วยการลดดอกเบี้ยลง 0.25% อย่างไรก็ตามพบว่ากำลังการผลิตภาคการส่งออกยังคงเหลือ เพราะภาคการส่งออกคาดว่าปีนี้จะไม่ขยายตัว สิ่งที่เป็นตัวช่วยเศรษฐกิจในไตรมาสสี่คือภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้สินค้าส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ดีในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้กลุ่มยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน สิ่งทอและเครื่องนุ่งหม ผลไม้กระป๋อง ส่วนสินค้าเกษตรที่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นคือยาง เพราะเริ่มส่งออกได้บ้าง

นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา รายงานในที่ประชุมว่า เหตุการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น แม้จะกระทบต่อภาพการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครบ้าง แต่ยังไม่กระทบต่อนักท่องเที่ยวที่เชียงใหม่ และภูเก็ต อย่างไรก็ตามตลาดที่น่าเป็นห่วง คือ ตลาดญี่ปุ่น ที่มีความอ่อนไหวมาก ที่มีการเตือนการเดินทางมาประเทศไทย ตลาดการประชุมสัมมนา เริ่มมีการยกเลิก คือ ตลาดการประชุม ทั้งนี้หวังว่าหลังจากเหตุการณ์สงบไปแล้วควรต้องมีการกระตุ้นการท่องเที่ยว เช่น โครงการไทยแลนด์แกรนด์เซลส์ ที่ช่วยการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย การส่งเสริมการสร้างภาพยนตร์จากผู้ผลิตต่างประเทศ

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังรายงานว่า สถานการณ์การเมืองกับการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ยกเว้นอินโดนีเซีย เนื่องจากนักลงทุนต่างประเทศมีการขายตราสารหนี้กว่า 4,600 ล้านบาท ตราสารทุนกว่า 17,000 ล้านบาท

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มองไปด้านหน้ามีความเสี่ยงด้านลบเรื่องของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เครื่องมือด้านนโยบายคลังจะมีผลน้อยลง จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้าไปช่วยเสริม เพื่อใช้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน ทั้งนี้คณะกรรมการนโยบายการเงินประเมินว่าเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ดูแลได้ แต่พบว่าการขยายตัวของสินเชื่อชะลอลงเหลือประมาณ 9% จากระดับใน 14% ในปีก่อน แต่ปีหน้าเป็นห่วงว่าจะขยายตัวในระดับ 7% ส่วนทางด้านต่างประเทศนั้นยังไม่มั่นใจสถานการณ์ของการใช้นโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิวอีของสหรัฐอเมริกา เพราะจะมีผลกระทบต่อนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตามต้องจับตาดูว่าจีนจะทำให้เงินหยวนแข็งขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อเงินบาทเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท