
อสังหาฯลงทุนนอก
กูรูชี้ตลาดอินโดนีเซียฟิลิปปินส์โตดีแนะธุรกิจไทยรุกสร้างแบรนด์อินเตอร์
กูรูชี้ตลาดอินโดนีเซียฟิลิปปินส์โตดีแนะธุรกิจไทยรุกสร้างแบรนด์อินเตอร์
แนะนักลงทุนไทยรุกทำอสังหาฯ ในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ยกจุดเด่นประชากรมาก ตลาดเติบโตดี
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประเทศที่มีตลาดอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และน่าลงทุนในอาเซียนสำหรับนักลงทุนไทย ได้แก่ ประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เนื่องจากมีประชากรมาก มีระบบเศรษฐกิจและกฎหมายคล้ายกับประเทศไทย รวมถึงมีหลายเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่เกิน 1 แสนคน ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มเติบโตดี
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยหลายรายมีศักยภาพออกไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยง แสวงหาโอกาสใหม่ๆ และสร้างแบรนด์ให้ต่างชาติรับรู้ เนื่องจากตลาดในประเทศไทยในเมืองอื่นนอกจากกรุงเทพฯ มีประชากรน้อย ทำให้ขยายตลาดได้
นายโสภณ กล่าวว่า ผลการศึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการประเมินค่าทรัพย์สินในอาเซียน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 200 คน จากสมาคมนักประเมินทรัพย์สินของอาเซียน พบว่า 62% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะส่งผลดีต่อทุกประเทศ โดยประเทศเวียดนามมีความพร้อมที่สุดสำหรับเออีซีในปี 2558 มีระดับความพร้อมที่ระดับ 85% รองลงมาคือ มาเลเซีย 72% ไทย 67% อินโดนีเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ตามลำดับ ส่วนกัมพูชาเป็นประเทศที่มีความพร้อมต่ำที่สุด และไม่ได้มีการประเมินความพร้อมของสิงคโปร์
สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ไทยถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในด้านข้อมูลข่าวสารและศูนย์การประเมินทรัพย์สิน ดังนั้นจึงมีนักลงทุนจากหลายประเทศต้องการเข้ามาลงทุน ขณะที่ตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ที่ตลาดยังเล็กกว่าประเทศไทย แต่มีความแข็งแกร่ง และดึงดูดนักลงทุนได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ ตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ยังเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในตลาดอสังหาฯ ของอาเซียนได้
ทั้งนี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย มีโอกาสจะพัฒนาโครงการข้ามพรมแดนได้ เช่น โครงการบ้านราคาระดับกลางต่ำ คอนโดมิเนียมในเมืองหลัก เช่น กรุงเทพฯ จาการ์ตา มะนิลา และโฮจิมินห์ซิตี้
ขณะที่นักประเมินมูลค่า โบรกเกอร์ หรือนักสำรวจ รวมถึงธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์จะมีโอกาสออกไปทำงานและเปิดสำนักงานสาขาในต่างประเทศ ซึ่งบริษัทท้องถิ่นควรจะเข้าร่วมทำธุรกิจ เพื่อร่วมมือกันทำงานในตลาดไร้พรมแดน







