posttoday
ส่องจีนปฏิรูปเศรษฐกิจเปิดประตูโอกาสธุรกิจไทย

ส่องจีนปฏิรูปเศรษฐกิจเปิดประตูโอกาสธุรกิจไทย

04 ธันวาคม 2556

“จีน” ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจของเอเชีย มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และไม่ว่าจีนจะขยับตัวไปในทิศทางใด

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

“จีน” ประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจของเอเชีย มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และไม่ว่าจีนจะขยับตัวไปในทิศทางใด ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลก ซึ่งล่าสุดจีนได้ประกาศนโยบายการปฏิรูปเชิงลึกอย่างครอบคลุม ซึ่งคาดกันว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อทั้งจีนและโลก

จูลี่ กรรมการบริหารสถาบันวิจัยเศรษฐศาสตร์ภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และการเงินมณฑลยูนนาน ประเทศจีน ได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ “โอกาสและความท้าทายจากการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน” ว่า จีนได้ดำเนินนโยบายปฏิรูปมาตั้งแต่ปี 2521 ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจจีนเติบโตในอัตราเฉลี่ย 9.8% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราการเติบโตเศรษฐกิจของโลก อีกทั้งยังทำให้ขนาดเศรษฐกิจของจีนเติบโตมีสัดส่วนเท่ากับ 11.5% ของเศรษฐกิจโลก ในปี 2555 จากที่เคยมีสัดส่วนเพียง 1.8% ในปี 2521 ด้วย

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเติบโตน้อยลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก จนทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 7.8% ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศทำให้เศรษฐกิจอ่อนแอลง โดยการเติบโตของเศรษฐกิจอาศัยการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อน มีการทุ่มเงินมหาศาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน ทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการควบคุมการลงทุน เป็นผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว

ขณะเดียวกัน การลงทุนในระดับสูงส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมผลิตสินค้าออกมามากจนล้นตลาด เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ถ่านหินโค้ก ปูนซีเมนต์ ส่งผลให้รัฐบาลประกาศให้ 19 อุตสาหกรรมหลักที่ประสบปัญหาจากทั้งหมด 24 สาขา ลดกำลังการผลิตและสั่งรื้อโรงงานบางส่วนด้วย

นอกจากนี้ ประเทศยังมีหนี้เพิ่ม โดยนับถึงสิ้นปี 2555 หน่วยงานของจีนมีหนี้สินรวม 65 ล้านล้านหยวน คิดเป็น 125% ของจีดีพี ปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลของระบบเศรษฐกิจ จึงต้องมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ที่เน้นการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน

“การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ จีนให้ความสำคัญกับตลาด ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันที่เหมาะสม เพิ่มบทบาทกลไกตลาด ลดบทบาทของภาครัฐ รวมทั้งให้ประเทศเพื่อนบ้านเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งจะทำให้จีนเปิดกว้างมากขึ้น และผู้ประกอบการไทยควรไปใช้โอกาสเหล่านี้”

ขณะเดียวกัน จีนต้องเผชิญกับความท้าทายในการปฏิรูปอีกหลายประการ อาทิ จีนยังต้องพึ่งทรัพยากรจากตลาดโลก เช่น สินแร่และน้ำมัน โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 จีนมีความต้องการใช้น้ำมันปิโตรเลียมมากที่สุด พร้อมกันนี้จะต้องเร่งสร้างความสมดุลของการพัฒนาเมืองขนาดเล็กและขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ต้องหันมาให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาได้ทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมาก อีกทั้งยังต้องให้ความสำคัญกับปัญหาการจ้างงาน เพราะหากต้องการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงคุณภาพ อัตราการจ้างงานจะลดลง แต่จีนยังคงต้องการเพิ่มการจ้างงาน ซึ่งจีนต้องก้าวผ่านความท้าทายเหล่านี้ให้ได้

สำหรับผู้ประกอบการไทย การปฏิรูปครั้งใหญ่ของจีนครั้งนี้ ยังเป็นโอกาสดีสำหรับการทำธุรกิจ เพราะจีนเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และหากมีการผลักดันให้เกิดเมืองใหม่ในพื้นที่ชนบท ทุกเมืองจะมีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่ภาคการผลิตของจีนเป็นระบบใหญ่ที่สุดในโลก มีศักยภาพ เป็นฐานการผลิตสินค้าจากทั่วโลกเช่นกัน

จางยู่หลิน รองผู้อำนวยการสถาบันด้านการบริโภคและการจัดจำหน่าย สถาบันวิจัยการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า ภาคบริการของจีนมีโอกาสเติบโต เพราะมีความต้องการสูง ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนของภาคบริการอยู่ที่ 44.6% ของขนาดเศรษฐกิจประเทศ และมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก โดยภาคบริการสาขาหลักที่รัฐบาลส่งเสริม ได้แก่ การบริการทางการเงิน ภาคการขนส่งทันสมัย เช่น ห้องเย็น คลังสินค้า บริษัทด้านการค้า ธุรกิจสื่อสร้างสรรค์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ซึ่งนักลงทุนไทยมีศักยภาพเข้าไปลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท