
ภาพลักษณ์
ต้องขอบคุณเหตุการณ์เมื่อวานตอนเช้าที่ทำให้บ้านเมืองของเราดูสงบลง (นิดนึง) อีกครั้ง
ต้องขอบคุณเหตุการณ์เมื่อวานตอนเช้าที่ทำให้บ้านเมืองของเราดูสงบลง (นิดนึง) อีกครั้ง
หลังจากตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์ในภูมิภาคนี้ไม่ใช่เราที่เป็นคน “ส่องอาเซียน” แต่เป็นอาเซียนต่างหากที่กำลังส่องเรา
พี่คนหนึ่งที่เพิ่งกลับจากลาวเล่าให้ฟังว่า ในลาวนั้นติดตาม สถานการณ์บ้านเมืองของเราแบบใกล้ชิดมาก ใกล้ชิดชนิดที่ว่าเขาไม่ได้ดูแค่ฟรีทีวี 3, 5, 7, 9, 11 และไทยพีบีเอส แต่ดู “บลูสกาย” และ “เอเชียอัพเดต” กันเลยทีเดียว
ขณะเดียวกัน วันก่อนได้มีโอกาสพูดคุยกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยชื่อดังท่านหนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่า การออกงานพบแขกอาเซียนในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมานี้เป็นเรื่อง “น่าอึดอัด” มาก เพราะจะโดนซักไซ้ไล่เลียงถามถึงสถานการณ์ขณะนี้จากชาวอาเซียนอยู่ตลอดงาน แม้บางครั้งเขาเหล่านั้นพยายามทำให้เหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ท่าน ก็ไม่รู้สึกตลกด้วย ได้แต่รู้สึก “อาย” และอยากลุกจากโต๊ะโดยพลัน
ใช่ครับ เพราะ “ภาพลักษณ์” ของเราในขณะนี้ ค่อนข้างจะเป็น “ภาพเละ”
36 ประเทศที่ประกาศเตือนการเดินทางมาไทยก่อนหน้านี้ แม้จะมีชาติอาเซียนอยู่เพียง 2 ชาติ คือสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ แต่ก็ยังสะท้อนว่า แม้กระทั่ง “คนใกล้บ้าน” ก็ยังหวั่นๆ เรื่องความปลอดภัยในการเดินทางมาไทย
การที่ต่างชาติติดตามส่องสถานการณ์ต่างๆ ในไทยแบบใกล้ชิดขนาดนี้ มองโลกแบบ “แง่ดี๊แง่ดี” อาจแก้ตัวให้ตัวเองว่า เพราะเราเป็นประเทศใหญ่ เป็นประเทศสำคัญในอาเซียน เขาจึงต้องติดตามเราแบบ “ผู้รู้” และ “ผู้อยู่ในเหตุการณ์” เพื่อประโยชน์แก่ประเทศของเขาเอง
แต่หากมองโลกแบบแง่ร้าย ก็อาจบอกว่าที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องปกติที่คนในประเทศต่างๆ สมควรทำแล้ว เราเองต่างหากที่ขาดความกระตือรือร้นในการอัพเดต “เรื่องชาวบ้าน”
ลองคิดไปพร้อมๆ กันครับว่า ภาพลักษณ์ของประเทศต่างๆ ในสายตาเราตลอดช่วงที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีการอัพเดตมากน้อยเพียงใด เช่น ถ้าพูดถึงมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน ท่านมีภาพลักษณ์อื่นๆ ของเพื่อนบ้านทั้ง 3 ชาตินี้อีกหรือไม่นอกจากคำว่า “มุสลิม”
เรามีความพยายามในการติดตามข่าวสารอะไรของเพื่อนร่วมอาเซียนบ้าง ขณะที่เขา “อัพเดต” ภาพลักษณ์เรากันแบบ “รายวัน”
ผลเสียที่จะตามมาแน่นอน หากเราไม่อัพเดตเรื่องของเขา คือ 1.คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง 2.เผลอปฏิบัติสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติกับเขา 3.เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เราไม่รู้ ในทางตรงกันข้ามผลดีที่เราจะได้มีหลากหลายสุด แต่ใครจะนำไปต่อยอด ดังนั้น ต้องเปลี่ยนทัศนคติกันใหม่ครับ ให้ “เรื่องชาวบ้าน คืองานของเรา” (ฮา)
ขณะเดียวกัน ก็ต้องรู้จักพลิก “วิกฤต” ไม่ให้ “วิปริต” ไปกว่าเดิม ภาพลักษณ์ที่ค่อนข้างเละจากการอัพเดตตลอดเวลาของเขาขณะนี้ เราก็ต้องเสริมเติมแต่ง อัพเดตสิ่งใหม่ๆ ให้เขาได้รับทราบไป เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์ไทยไม่ให้เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง ประเทศที่ทะเลาะเบาะแว้ง จนต่างชาติต้องระแวงก่อนเดินทาง
ภาพลักษณ์แรกที่ต้องทำให้เกิดก็คือ “ภาพรัก”
ไม่ใช่ทั้งเชิงชู้หนุ่มและชู้สาว แต่เป็นภาพที่เราทุกคนหยุด “ตีกันเอง” และ “สร้างความรุนแรง” ไม่จบไม่สิ้น
ภาพนี้จะเกิดได้ ต้องช่วยกันทำทุกคนครับ







