
ออฟฟิศในชนบทหนทางไกลไม่ใช่อุปสรรค
การลงมือก่อร่างสร้างธุรกิจกิจการหนึ่งๆ นั้น ทำเลที่ตั้งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงมากที่สุด
โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา
การลงมือก่อร่างสร้างธุรกิจกิจการหนึ่งๆ นั้น ทำเลที่ตั้งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้ประกอบการคำนึงถึงมากที่สุด เพราะทำเลดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง และเมื่อเอ่ยถึงที่ตั้งสำนักงานที่ดี หลายต่อหลายคนมักจำกัดกรอบตัวเองด้วยการคิดว่ามีอยู่แค่ภายในเมืองหรือเมืองใหญ่เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การตั้งกิจการในชนบทอาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่เลวร้ายเสมอไป ตรงกันข้าม กลับจะส่งผลดีต่อธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน และการทำงานส่วนใหญ่อาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก เพราะประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย
แน่นอนว่า การทำงานทางไกลไม่ใช่มีแต่เพียง ข้อดีเพียงอย่างเดียว เพราะคำว่าชนบทนี้ มักจะควบรวมมากับคำว่า “ทางไกล” ที่บางครั้งลูกค้าส่วนใหญ่มักจะใช้เป็นเหตุผลแรกสุดในการไม่เลือกใช้บริการของบริษัท เนื่องจากนิยมคิดว่าสิ่งที่อยู่ใกล้กว่าก็คือความสะดวกกว่าในการติดต่อบริการ
ดังนั้น สิ่งที่เถ้าแก่ทางไกลต้องทำการบ้านหนักเป็นพิเศษเพื่อพิสูจน์ตัวเองก็คือการสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งหนึ่งในหนทางพิสูจน์ ที่ดีที่สุดก็คือการทำให้เห็นและผลลัพธ์ของงาน
ทั้งนี้ หนุ่มสาวชาวอังกฤษรุ่นใหม่มีแนวโน้มจะทำงานในชนบทมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากว่าชนบทที่ว่านี้หมายถึงบ้านเกิดของตนเอง โดย โดมินิก ไฮแอท ผู้ก่อตั้งบริษัท จัสต์ อิน ไทม์ พีอาร์ ในเวสต์ ซัสเซ็ก ซึ่งทำงานจากบ้านเกิดในชนบทซึ่งดัดแปลงเป็นออฟฟิศของบริษัทเช่นกัน ได้แนะนำเคล็ดลับสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจอยากทำโฮมออฟฟิศในชนบทไว้ 5 ประการด้วยกัน
1) อย่าหวังพึ่งแต่เครื่องมือสื่อสาร โดยแน่นอนว่าการใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อสื่อสารงานระหว่างพนักงานกับเจ้าของกิจการ หรือเจ้าของกิจการกับลูกค้า ย่อมเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เจ้าของคนหนึ่งเลือกตั้งออฟฟิศในชนบท กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของจะเก็บตัวกบดานเงียบอยู่แต่ภายในบ้านของตนเองไม่ออกไปไหน ซึ่งเป็นวิธีที่ผิดมหันต์ เพราะบางครั้งการออกไปพบปะพูดคุยกับลูกค้า หรือนัดเจอพนักงานมาสังสรรค์บ้าง จะช่วยให้สายสัมพันธ์ทางธุรกิจแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เคล็ดลับข้อ 2) คำนึงถึงระบบคมนาคม ซึ่งหมายความว่า เจ้าของกิจการนั้นๆ ต้องแน่ใจว่า เมื่อต้องเดินทางไปพบลูกค้า ตนเองมีทางเลือกในการ เดินทางที่มากพอ และไม่ลำบากจนดูเหมือนกระเสือกกระสนจนเกินไปนัก อย่างน้อยที่สุดระบบคมนาคมแวดล้อมนั้น มีเส้นทางเชื่อมโยงไปยังเมืองใหญ่ได้สะดวกและประหยัดเวลา เช่น 15 นาทีถึงสถานีรถไฟที่ใช้เวลา ไม่กี่ชั่วโมงถึงใจกลางเมืองหลวง หรือ 10 นาทีถึงสนามบินและ 1 ชั่วโมงถึงเมืองหลวง
ขณะเดียวกัน เคล็ดลับที่ต้องคำนึงถึงประการต่อมาก็คือ 3) ระบบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ที่ต้องยอมรับว่า หากเป็นชนบทที่ห่างไกลมากๆ และบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ หรือ ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ผู้ประกอบการนั้นๆ ต้องรู้จักตัดใจ โดยอาจเขยิบเข้ามาใกล้ศูนย์กลางความเจริญสักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่ใจกลางเมืองเสียทีเดียว
ส่วนเคล็ดลับข้อที่ 4) คือ ให้แยกห้องทำงานเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนจากห้องหรือบ้านที่พำนักอาศัย เพื่อให้เป็นสถานที่ที่สามารถตั้งสมาธิกับการทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีการรบกวนจากคนในครอบครัว เช่น ลูก หรือภรรยา ขณะเดียวกัน การมีห้องทำงานเป็นกิจจะลักษณะจะส่งผลดีเยี่ยมในกรณีที่ต้องมีการประชุมทางไกล (วิดีโอคอนเฟอเรนซ์) กับทีมงานหรือลูกค้า
สำหรับเคล็ดลับสุดท้ายก็คือ 5) ประหยัดค่าเดินทางด้วยการวางแผนนัดประชุมให้ดี คือต้องคำนวณเวลากับการเดินทางให้ดีในการนัดประชุมพบปะแต่ละครั้ง เช่น อาจนัดพบกันสายหน่อยเพื่อเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วน เป็นต้น
ทั้งนี้ ดอน เบรเชอร์ หนึ่งในผู้ประกอบการวัยรุ่น ที่เปิดบริษัทในชนบทบ้านเกิดของตน ปิดท้ายว่า การอาศัยอยู่ในชนบทที่อาจจะห่างจากเมืองศูนย์กลาง ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะหมดโอกาสสร้างกิจการ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้สำหรับออฟฟิศชนบทก็คือสายสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งทั้งกับลูกค้าและลูกจ้าง กับความสามารถในการบริหารจัดการเวลาที่ต้องมีวินัยเคร่งครัด







