posttoday
‘วรรณ’แนะลงทุนสั้นคิวอี-การเมืองกดหุ้น

‘วรรณ’แนะลงทุนสั้นคิวอี-การเมืองกดหุ้น

04 ธันวาคม 2556

วรรณเผยต่างชาติขายหุ้นไทยกว่า 1.47 แสนล้าน หนี “คิวอีการเมือง” ชูกองตราสารหนี้ 3 เดือน

วรรณเผยต่างชาติขายหุ้นไทยกว่า 1.47 แสนล้าน หนี “คิวอีการเมือง” ชูกองตราสารหนี้ 3 เดือน

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความผันผวนอยู่มาก จากแรงกดดันทางการเมืองในประเทศและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลออกอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 26 พ.ย. 2556 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นสุทธิกว่า 1.47 แสนล้านบาท ทำให้ประเมินว่าดัชนีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบไม่กว้างมากนักในช่วงนี้

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายไทย ประเมินว่า น่าจะทรงตัวอยู่ในระดับต่ำที่ 2.25% ตลอดจนถึงครึ่งแรกของปี 2557 หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 0.25% ในวันที่ 27 พ.ย. 2556 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเศรษฐกิจไทยใน 3 ไตรมาสแรกของปี 2556 ยังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกและการบริโภคการลงทุนภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ท่ามกลางอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงผ่อนคลายและสินเชื่อครัวเรือนที่อยู่ในระดับทรงตัวจากช่วงก่อนหน้า

นายวิน กล่าวว่า คาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จากแรงกดดันของอัตราเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการที่ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด น่าจะชะลอนโยบายการเงินเชิงปริมาณแบบผ่อนคลาย (คิวอี) ทำให้ประเมินว่า การลงทุนในกองทุนเปิดตราสารหนี้ระยะสั้น ประมาณ 3 เดือน จะเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการพักเงินเพื่อรอความชัดเจนขึ้นของปัจจัยต่างๆ ที่มีผลกดดัน

“การลงทุนในช่วงนี้ หากนักลงทุนที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ ควรรอดูความชัดเจนของปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศในเวลานี้ และอาจพิจารณาลงทุนในกองทุนเปิดตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการ ที่มีอายุการลงทุนสั้นๆ ประมาณ 3 เดือน” นายวิน กล่าว

ขณะเดียวกัน บลจ.วรรณ จะเปิดรับคำสั่งซื้อและขายคืนหน่วยลงทุนกองทุนเปิดวรรณ ตราสารหนี้ 3M2 (1FIX3M2) ในระหว่างวันที่ 28 พ.ย.-6 ธ.ค. 2556 โดยกองทุนจะลงทุนในเงินฝากของธนาคารต่างประเทศและตั๋วแลกเงินที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง อายุตราสารประมาณ 3 เดือน โดยให้ผลตอบแทนภายหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จะอยู่ที่ประมาณ 2.85% ต่อปี

สำหรับตราสารที่คาดว่าจะลงทุนในรอบการลงทุนครั้งนี้ ได้แก่ เงินฝาก Bank of China โดยมีสัดส่วนการลงทุน 25% เงินฝากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สาขาฮ่องกง สัดส่วนการลงทุน 20% ตั๋วแลกเงินบริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง สัดส่วนการลงทุน 20% ตั๋วแลกเงินบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น สัดส่วนการลงทุน 25% และตั๋วแลกเงินบริษัท ราชธานีลีสซิ่ง สัดส่วนการลงทุน 10%

บลจ.บัวหลวง เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2556 บริษัทได้เสนอขายกองทุนรวมบัวหลวงตราสารหนี้ชนิดระบุวันครบกำหนด 50/13 อายุ 6 เดือน ประมาณการผลตอบแทน 2.80% ต่อปี

กองทุนจะลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ของ Bank of China และ China Construction Bank สัดส่วน 45% เงินฝาก ตราสารหนี้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารธนชาต สัดส่วน 44% ตราสารหนี้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง สัดส่วน 8% และตราสารหนี้ภาครัฐ 2%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ