
สัญญาณเงินสดขาดมือ
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ผู้บริโภคเริ่มประสบภาวะเงินสดขาดมือจากสัญญาณอัตราการเพิ่มขึ้นของการกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยอัตราสูงลิ่วเพื่อสภาพคล่องในมือ การกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่กลับมาเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2555 ถึงแม้ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2555 จะมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นผลของฐานต่ำจากเหตุการณ์อุทกภัยในปี 2554 แต่อัตราการขยายตัวในช่วงที่ผ่านมาในปีนี้นั้นก็อยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนและหลังเกิดวิกฤตซับไพรม์ในปี 2551 อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ผู้บริโภคเริ่มประสบภาวะเงินสดขาดมือจากสัญญาณอัตราการเพิ่มขึ้นของการกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่ต้องจ่ายอัตราดอกเบี้ยอัตราสูงลิ่วเพื่อสภาพคล่องในมือ การกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่กลับมาเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2555 ถึงแม้ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2555 จะมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นผลของฐานต่ำจากเหตุการณ์อุทกภัยในปี 2554 แต่อัตราการขยายตัวในช่วงที่ผ่านมาในปีนี้นั้นก็อยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนและหลังเกิดวิกฤตซับไพรม์ในปี 2551 อย่างต่อเนื่องอีกด้วย
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตเฉลี่ยจากปีก่อนของการกดเงินสดในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จะสูงถึงร้อยละ 13 ขณะที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2555 มีอัตราเพิ่มจากปีก่อนเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น นอกจากนั้น ความแตกต่างระหว่างอัตราเพิ่มของการกดเงินสดกับของการรูดบัตรที่ส่วนใหญ่จะติดลบ ยกเว้นช่วงที่เศรษฐกิจเกิดปัญหาอย่างตอนวิกฤตซับไพรม์ก็กำลังมีลักษณะเช่นนั้นอีกในช่วงนี้
สภาวะเศรษฐกิจที่แผ่วลงชัดเจนในไตรมาสสาม จากการเติบโตของเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพียงร้อยละ 2.7 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ชะลอลงอีกจากการขยายตัวที่ค่อนข้างต่ำอยู่แล้วที่ในระดับร้อยละ 2.9 ในไตรมาสสอง ดัชนีการค้าปลีกหดตัวร้อยละ 5.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบสี่ปีที่หดตัว (ไม่นับการหดตัวในไตรมาส 4/54 ที่เกิดเหตุสุดวิสัยน้ำท่วมใหญ่) โดยเมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า ยอดขายห้างสรรพสินค้า ที่ย้อนสถิติกลับไปในช่วงสิบปีไม่เคยหดตัวเลย แต่ก็กลับหดตัวร้อยละ 0.9 ขณะที่ยอดขายปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและเฟอร์นิเจอร์ที่ออกอาการหดตัวราวร้อยละ 1 ทั้งสองไตรมาสแรกปีนี้ ก็ยิ่งหดตัวมากขึ้นเป็นร้อยละ 5 ในไตรมาสที่ 3 สัญญาณดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าประชาชนต้องลดการบริโภคลงจากภาวะรายได้ที่จะไม่พอกับรายจ่ายที่มากขึ้น
ทั้งนี้ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี สังเกตเห็นสัญญาณที่แสดงถึงการที่ประชาชนบางส่วนอาจประสบกับปัญหาภาวะเงินสดขาดมือมากขึ้นจากข้อมูลที่สามารถสะท้อนถึงสถานการณ์ดังกล่าวได้ในระดับหนึ่งคือ การกดเงินสดจากบัตรเครดิตที่กลับมาเพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี 2555 ถึงแม้ในช่วงสองเดือนสุดท้ายของปี 2555 จะมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเป็นผลของฐานต่ำจากเหตุการณ์อุทกภัยในปี 2554 แต่อัตราการขยายตัวในช่วงที่ผ่านมาในปีนี้นั้น ก็อยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนและหลังเกิดวิกฤติซับไพรม์ในปี 2551 อย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตเฉลี่ยจากปีก่อนของการกดเงินสดในช่วงเก้าเดือนแรกของปีนี้ จะสูงถึงร้อยละ 13 ขณะที่ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2555 มีอัตราเพิ่มจากปีก่อนเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น นอกจากนั้น ความแตกต่างระหว่างอัตราเพิ่มของการกดเงินสดกับของการรูดบัตร ที่ส่วนใหญ่จะติดลบ ยกเว้นช่วงที่เศรษฐกิจเกิดปัญหาอย่างตอนวิกฤติซับไพรม์ ก็กำลังมีลักษณะเช่นนั้นอีกในช่วงนี้
ทั้งนี้ เนื่องด้วยวัตถุประสงค์ของการใช้บัตรเครดิตมีอยู่สองกรณี คือ การรูดบัตรเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ และ การกดเงินสด โดยหากเป็นการรูดบัตรเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ เมื่อมีการจ่ายตรงตามวันที่เรียกเก็บทั้งจำนวน นอกจากผู้ใช้บัตรจะไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยจากยอดที่ใช้แล้ว ก็ยังสามารถใช้แต้มสะสมจากการใช้จ่ายไปแลกกลับเป็นเงินสดหรือสิ่งของตามเงื่อนไขที่กำหนดของบัตรได้อีกด้วย ต่างกับการใช้บัตรเพื่อการกดเงินสด ที่จะถูกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้เป็นอัตราสูงถึงร้อยละ 20 ต่อปีแม้ว่าจะมีการชำระเต็มจำนวนก็ตาม และด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงถึงขนาดนี้ ทำให้มองได้ว่า ย่อมไม่มีใครต้องการที่จะจ่ายอย่างแน่นอนหากไม่มีความจำเป็นอันเนื่องมาจากเงินสดขาดมือ
เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเพิ่มของการกดเงินสดกับอัตราการเพิ่มของการใช้บัตรซื้อสินค้าในแต่ละประเภทของกลุ่มลูกค้า พบว่า กลุ่มลูกค้าบัตรเครดิต NonBank มีอัตราเพิ่มของการกดเงินสดมากกว่าอัตราการเพิ่มของการชำระค่าสินค้าเป็นพิเศษ โดย กลุ่มลูกค้าดังกล่าวซึ่งมีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่าลูกค้าบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ทำให้มีโอกาสที่จะประสบปัญหาเงินสดขาดมือได้มากกว่า
อย่างไรก็ตาม คงปฏิเสธไม่ได้ว่าการกดเงินสดผ่านบัตรเครดิตที่เพิ่มในอัตราเร่งขึ้นของลูกค้าทั้งของธนาคารพาณิชย์ และ NonBank ทำให้การกดเงินสดมีบทบาทมากขึ้นสำหรับยอดสินเชื่อบัตรเครดิตที่ยังขยายตัวสูงต่อเนื่องในช่วงปีนี้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับในอดีตที่การใช้บัตรเพื่อซื้อสินค้าจะมีบทบาทมากกว่าแม้การบริโภคในประเทศจะมีการชะลอตัวลงอย่างชัดเจนก็ตาม จึงเป็นข้อมูลที่อาจบ่งชี้ได้ว่า ผู้บริโภคบางกลุ่มเริ่มมีสัญญาณเงินสดขาดมือแล้ว
ยอดธุรกรรมออนไลน์กรุงศรีโตพรวด
นายฟิลิป แทน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า การทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์มีการเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทั้งจำนวนลูกค้า ปริมาณการทำธุรกรรม และยอดการทำธุรกรรม โดยอัตราการเติบโตในปี 2556 เทียบกับปี 2555 ธนาคารมียอดการทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 26% หรือกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี และมีปริมาณการทำธุรกรรมกว่า 17.4 ล้านรายการต่อไตรมาส เติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 6 ล้านรายการต่อเดือน
กรุงศรีโมบาย แอพพลิเคชั่น มียอดผู้ใช้บริการจำนวน 5.5 แสนราย เติบโตขึ้น 40% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ของปี 2556 ธนาคารจึงได้วางแผนที่จะขยายบริการนี้ให้ลูกค้าใหม่ๆ ได้มีประสบการณ์ตรงกับการใช้งานบนสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตที่มีบริการครบครันรองรับทุกธุรกรรมทางการเงินและยังคงระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุด







