
ธุรกิจภูธรปรับตัวส่ง"ครั่ง"บุกตลาดอาเซียน
“ครั่ง” อีกหนึ่งแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่มีแหล่งอาศัยจำนวนมากในภาคเหนือของประเทศ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่มากรายนัก
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“ครั่ง” อีกหนึ่งแมลงเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่มีแหล่งอาศัยจำนวนมากในภาคเหนือของประเทศ โดยปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่มากรายนัก ใช้วัตถุดิบจากครั่งดิบมาแปรรูปเชิงอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
อรทัย ภูวเศรษฐ ผู้จัดการโรงงาน บริษัท เอกเซลแลคส์ บอกว่า เริ่มกิจการเมื่อปี 2540 เพื่อดำเนินธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมแปรรูปครั่ง โดยผลิตเป็นเชลแล็กขาว เกรดสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยา เพื่อใช้ในการเคลือบผิวยาเม็ด ผลไม้ ผักและลูกอม รวมทั้งใช้เพื่อเป็นส่วนผสมในการทำแผ่นเสียง พลุ ฉนวนไฟฟ้า สเปรย์แต่งทรงผม ผลิตขี้ผึ้งเคลือบ และขัดเงาไม้ เคลือบผิวรางโบว์ลิ่ง เป็นต้น
จากศักยภาพด้านภูมิศาสตร์ของ จ.ลำปาง ที่มีสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการปลูกไม้ฉำฉา หรือต้นก้ามปู แหล่งที่อยู่ชั้นดีของ “ครั่ง” แมลงตัวเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น ซึ่งตัวครั่งนี้จะหาได้เฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ อาทิ จ.ลำปาง พะเยา แพร่ หรือเชียงราย เป็นต้น และที่สำคัญครั่งยังเป็นวัตถุดิบที่พบได้จำนวนมากและเพียงพอต่ออุตสาหกรรมการผลิตเพื่อแปรรูปได้เพียง 2 ประเทศในโลก คือ ไทยและอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของโรงงานต้องหยุดการผลิตสินค้าหลักเป็นช่วงๆ เนื่องจากมีวัตถุดิบ “ครั่ง” ไม่เพียงพอด้วยจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศที่มีฝนดีพอเหมาะ ไม่แล้งจัดหรือร้อนจนเกินไป ซึ่งจะมีผลกระทบตรงกับการเกิดครั่งตามธรรมชาติ โดยการนำตัวครั่งมาใช้เพื่อการแปรรูปนั้นจะต้องมีอายุราว 6 เดือน
เนื่องจากตัวครั่ง เป็นวัตถุดิบที่เกิดขึ้นตามสภาพอากาศเป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้ในบางปี หรือ อย่างในปีนี้ ในกรณีที่จำนวนครั่งมีไม่เพียงพอต่อการผลิต ซึ่งบริษัทได้หาแนวทางแก้ไข ทั้งการให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงปลูกต้นฉำฉาเพื่อนำครั่งมาขายให้กับโรงงาน รวมถึงเข้าร่วมโครงการปลูกต้นฉำฉา เพื่อสร้างบ้านให้กับครั่งด้วยเช่นกัน ซึ่งจำนวนครั่งที่มากน้อยในแต่ละปีค่อนข้างมีผลกับราคาครั่งเม็ดเพื่อการส่งออก
สำหรับราคาครั่งดิบ นั้นอาจมีความผันผวนจากปัจจัยทางธรรมชาติที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยครั่งดิบที่ติดมาพร้อมรังกิ่งไม้ฉำฉา โรงงานจะรับซื้อในราคาหน่วยหลักสิบต่อ 1 กิโลกรัม ที่สามารถผลิตออกมาเป็นครั่งเม็ดได้ราว 45 ขีดเท่านั้น
ขณะที่ตลาดสหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้กำหนดราคากลางครั่งเม็ดอีกที ซึ่งจะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เชลแล็กขาว แต่ทั้งนี้จะอิงราคาตลาดและจากประเทศอินเดียประกอบกันด้วย ซึ่งราคาครั่งของอินเดียค่อนข้างดีกว่าไทย แต่ต่างประเทศจะให้การยอมรับผู้ผลิตจากไทยมากกว่าในด้านผลิตภัณฑ์และความตรงต่อเวลาในการส่งมอบสินค้า โดยราคาครั่งเม็ดในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อการส่งออก ถือว่าเป็นราคาที่ไม่ค่อยดีนัก
ปัจจุบัน โรงงานมีกำลังการผลิตครั่งเม็ดอยู่ที่ 500 ตัน โดยแบ่งสัดส่วนเป็น 99% เพื่อส่งออก โดยมีตลาดหลักในประเทศกลุ่มยุโรป สหรัฐอเมริกาและเอเชียที่มีการนำครั่งเม็ดไปแปรรูปเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ยา และเครื่องสำอาง เป็นต้น และอีก 1% เพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ เพื่อใช้ทำตลาดภายในประเทศ
อรทัย กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทในฐานะที่เป็นเอสเอ็มอีค่อนข้างได้รับผลกระทบด้านต้นทุนในภาพรวมที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิตส่วนหนึ่งจากตัวเครื่องจักรที่ใช้มานาน รวมถึงจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำอัตรา 300 บาท ที่ปรับใช้ทั่วประเทศเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องปรับตัวไปพร้อมกัน โดยเฉพาะในด้านสวัสดิการบางส่วนที่ให้กับพนักงานที่ปัจจุบันมี 24 คน
นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค ตามนโยบาย One Province One ArgoIndustrial Product หรือ OPOAI โดยเลือกแผนงานที่ 4 เกี่ยวกับการลดต้นทุนทรัพยากรและพลังงานไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และส่งผลให้ในบริษัทสามารถลดต้นทุนพลังงานในรอบ 11 เดือนปีนี้ได้กว่า 2 แสนกว่าบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนที่ลดลงราว 11% จากในแต่ละเดือนบริษัทมีต้นทุนจากค่าพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่เดือนละ 34 แสนบาท
นอกเหนือจากการปรับตัวด้านการผลิตแล้ว ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนขยายการทำตลาดผลิตภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยใช้ข้อได้เปรียบด้านระบบการขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ที่ถูกกว่าประเทศผู้ผลิตคู่แข่งรายใหญ่อย่างอินเดีย ที่เป็นผู้กำหนดราคากลางครั่งในการทำตลาด โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมแผนทำตลาดในประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น ซึ่งในปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 100 ล้านบาท
ด้วยมองเห็นโอกาสใหญ่ทางธุรกิจอีกครั้ง จากการที่ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่เศรษฐกิจประชาคมอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 นี้







