posttoday
ปรับพอร์ตปี2557อย่างไรให้ม้าวิ่งฉิว

ปรับพอร์ตปี2557อย่างไรให้ม้าวิ่งฉิว

03 ธันวาคม 2556

ในปี 2556ปี ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ตลาดมีปัจจัยเข้ามารุมเร้ามากมาย ตั้งแต่เรื่องการลด QE ของสหรัฐ (QE Tapering) ปัญหาเรื่องการอนุมัติเพดานหนี้ของสหรัฐ (Debt Ceiling) ความผันผวนของค่าเงินในเอเชีย รวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน วันนี้ผมขอเสนอแนวทางการจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินในปีม้า 2557 กันครับ

ในปี 2556ปี ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ตลาดมีปัจจัยเข้ามารุมเร้ามากมาย ตั้งแต่เรื่องการลด QE ของสหรัฐ (QE Tapering) ปัญหาเรื่องการอนุมัติเพดานหนี้ของสหรัฐ (Debt Ceiling) ความผันผวนของค่าเงินในเอเชีย รวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน วันนี้ผมขอเสนอแนวทางการจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินในปีม้า 2557 กันครับ

เศรษฐกิจโลกฟี้นบนกระแสเงินที่ยังคงผันผวน

ปี 2557 น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มฟื้นตัวจากประมาณเกือบ 3% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 4% ในปี 2557 จากการฟื้นตัวของประเทศในกลุ่ม Developed Market อย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มชัดเจนในการฟื้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในรอบหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศในกลุ่ม Emerging Market อย่างเอเชีย ASEAN รวมไปถึง Latin America มีแนวโน้มเศรษฐกิจทรงตัว ไม่ได้ขยายตัวมากเหมือนที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องการลดปริมาณ QE ของสหรัฐน่าจะยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาดพอสมควร รวมไปถึงเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตไม่มากนักจากการชะลอตัวของภาคการบริโภคและการลงทุน รวมไปถึงปัญหาการเมืองในประเทศ ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในปีหน้านอกจากการถือครองสินทรัพย์ไทยแล้ว ขอแนะนำให้ท่านนักลงทุนกระจายการลงทุนในหุ้นต่างประเทศประกอบด้วย

ลงทุนในประเทศแนะนำ “Balanced Fund & Money Market Fund”

จากมุมมองข้างต้นตลาดหุ้นไทยในปี 2557 น่าจะมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องโดยประมาณอัตราผลตอบแทนของตลาดอยู่ที่ 1015% ในภาวะเช่นนี้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่เหมาะสมคือ การลงทุนในกองทุนประเภท Balanced Fund ที่มีอัตราส่วนการลงทุนในหุ้นประมาณ 60-70% ซึ่งกองทุนลักษณะนี้มีข้อดีคือกลไกการ Rebalancing ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ลงทุนขายทำไรในยามที่ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และทยอยเข้าสะสมหุ้นในยามที่ตลาดมีความผันผวน สำหรับส่วนการลงทุนของสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ การลงทุนในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยลดความผันผวนให้กับพอร์ต ซึ่งในปัจจุบันมีกองทุนตลาดเงินที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกเล็กน้อยจากการกระจายเงินบางส่วนไปลงทุนในตราสารระยะสั้นของภาคเอกชนและตราสารหนี้ต่างประเทศ

ลงทุนต่างประเทศแนะนำ “หุ้นญี่ปุ่น”

สำหรับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำการลงทุนหุ้นของประเทศญี่ปุ่นเพื่อเสริมพอร์ตเพิ่มเติมจากการลงทุนในหุ้นไทย จากแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และนโยบาย Abenomics ของรัฐบาลญี่ปุ่นอันได้แก่ การอัดฉีดเงินเยนเข้าสู่ระบบ (QE) รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งหมดน่าจะสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นมีแนวโน้มกำไรโตอีกประมาณ 20% ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีความน่าสนใจต่อเนื่อง แม้ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นพอสมควรในปี 2556 ที่ผ่านมา (อ่านบทความ “การลงทุนในภาวะ หยวนแข็ง เยนอ่อน” เพิ่มเติมได้ที่ http://portal.settrade.com/blog/jessada/)

ทั้งหมดก็เป็นมุมมองแนวทางการปรับพอร์ตรับปีม้า 2557 ที่กำลังจะมาถึง สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการลงทุนในปีหน้า และขอให้ประเทศไทยกลับมาเป็นปกติสุขในเร็ววันครับ n
ปรับพอร์ตปี2557อย่างไรให้ม้าวิ่งฉิว

ในปี 2556ปี ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเป็นปีที่ตลาดมีปัจจัยเข้ามารุมเร้ามากมาย ตั้งแต่เรื่องการลด QE ของสหรัฐ (QE Tapering) ปัญหาเรื่องการอนุมัติเพดานหนี้ของสหรัฐ (Debt Ceiling) ความผันผวนของค่าเงินในเอเชีย รวมไปถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความไม่แน่นอนสูงในปัจจุบัน วันนี้ผมขอเสนอแนวทางการจัดพอร์ตให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงินในปีม้า 2557 กันครับ

เศรษฐกิจโลกฟี้นบนกระแสเงินที่ยังคงผันผวน

ปี 2557 น่าจะเป็นปีที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมมีแนวโน้มฟื้นตัวจากประมาณเกือบ 3% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 4% ในปี 2557 จากการฟื้นตัวของประเทศในกลุ่ม Developed Market อย่างสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวโน้มชัดเจนในการฟื้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในรอบหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ประเทศในกลุ่ม Emerging Market อย่างเอเชีย ASEAN รวมไปถึง Latin America มีแนวโน้มเศรษฐกิจทรงตัว ไม่ได้ขยายตัวมากเหมือนที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องการลดปริมาณ QE ของสหรัฐน่าจะยังคงสร้างความผันผวนให้กับตลาดพอสมควร รวมไปถึงเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มเติบโตไม่มากนักจากการชะลอตัวของภาคการบริโภคและการลงทุน รวมไปถึงปัญหาการเมืองในประเทศ ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุนในปีหน้านอกจากการถือครองสินทรัพย์ไทยแล้ว ขอแนะนำให้ท่านนักลงทุนกระจายการลงทุนในหุ้นต่างประเทศประกอบด้วย

ลงทุนในประเทศแนะนำ “Balanced Fund & Money Market Fund”

จากมุมมองข้างต้นตลาดหุ้นไทยในปี 2557 น่าจะมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องโดยประมาณอัตราผลตอบแทนของตลาดอยู่ที่ 10-15% ในภาวะเช่นนี้การลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่เหมาะสมคือ การลงทุนในกองทุนประเภท Balanced Fund ที่มีอัตราส่วนการลงทุนในหุ้นประมาณ 6070% ซึ่งกองทุนลักษณะนี้มีข้อดีคือกลไกการ Rebalancing ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้ลงทุนขายทำไรในยามที่ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และทยอยเข้าสะสมหุ้นในยามที่ตลาดมีความผันผวน สำหรับส่วนการลงทุนของสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ การลงทุนในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยลดความผันผวนให้กับพอร์ต ซึ่งในปัจจุบันมีกองทุนตลาดเงินที่สร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกเล็กน้อยจากการกระจายเงินบางส่วนไปลงทุนในตราสารระยะสั้นของภาคเอกชนและตราสารหนี้ต่างประเทศ

ลงทุนต่างประเทศแนะนำ “หุ้นญี่ปุ่น”

สำหรับการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ แนะนำการลงทุนหุ้นของประเทศญี่ปุ่นเพื่อเสริมพอร์ตเพิ่มเติมจากการลงทุนในหุ้นไทย จากแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และนโยบาย Abenomics ของรัฐบาลญี่ปุ่นอันได้แก่ การอัดฉีดเงินเยนเข้าสู่ระบบ (QE) รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งหมดน่าจะสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนของญี่ปุ่นมีแนวโน้มกำไรโตอีกประมาณ 20% ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงมีความน่าสนใจต่อเนื่อง แม้ราคาจะปรับเพิ่มขึ้นพอสมควรในปี 2556 ที่ผ่านมา (อ่านบทความ “การลงทุนในภาวะ หยวนแข็ง เยนอ่อน” เพิ่มเติมได้ที่ http://portal.settrade.com/blog/jessada/)

ทั้งหมดก็เป็นมุมมองแนวทางการปรับพอร์ตรับปีม้า 2557 ที่กำลังจะมาถึง สุดท้ายนี้ก็ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการลงทุนในปีหน้า และขอให้ประเทศไทยกลับมาเป็นปกติสุขในเร็ววันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท