
เมย์แบงก์ฯมักน้อยขอกำไรเท่ากับปีนี้
MBKET ลั่นปีหน้าเน้นรักษากำไรเท่าปีนี้ อ้างฐานสูง คาดมูลค่าซื้อขายลดลงเหลือ 44.5 หมื่นล้านต่อวัน
MBKET ลั่นปีหน้าเน้นรักษากำไรเท่าปีนี้ อ้างฐานสูง คาดมูลค่าซื้อขายลดลงเหลือ 44.5 หมื่นล้านต่อวัน
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า ปี 2557 บริษัทจะเน้นรักษากำไรสุทธิให้ได้เท่าปี 2556 ที่คาดว่าจะเติบโตจากปีก่อน 100% แต่ก็หวังว่าอาจจะมีการเติบโตได้เล็กน้อย
9 เดือนที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิแล้ว 1,146 ล้านบาท เติบโต 100%จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 570 ล้านบาท และมากกว่าทั้งปี 2555 ที่ทำได้ 721ล้านบาท
สาเหตุที่ขอกำไรเท่ากับปี 2556 เนื่องจากปีนี้ฐานสูงมาก ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นและจะมีการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 44.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน จากปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน
อย่างไรก็ดี บริษัทจะเน้นการลุยธุรกิจวาณิชธนกิจ (ไอบี) ซึ่งมีลูกค้าหลายบริษัทที่กำลังเจรจาต่อเนื่องไปถึงปีหน้าประมาณ 510 บริษัท ทั้งการเป็นที่ปรึกษาการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) การออกกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทุนรวม REITS การเพิ่มทุนในตลาดรอง การซื้อกิจการหรือร่วมทุน อีกทั้งการเพิ่มทางเลือกให้นักลงทุนไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น
“เราจะใช้เครือข่ายกลุ่มเมย์แบงก์ในการทำธุรกิจเชื่อมโยงระหว่างประเทศในภูมิภาคนี้ เช่น กรณีที่กลุ่มเมย์แบงก์สิงคโปร์เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้เงินกู้กับกลุ่มบริษัท ไทยเบฟฯ รวมทั้งการเพิ่มสินค้าและพัฒนาระบบเทคโนโลยีไว้รองรับข้อมูลและระบบการซื้อขายให้กับลูกค้า” นายมนตรี กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่า ปี 2557 ดัชนีหุ้นจะอยู่ที่ระดับ 1,450 จุด อัตราราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ที่ 13.5 เท่า และอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน 14% แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนได้หากการเลื่อนระยะเวลาในการถอนคิวอีออกไปจากที่หลายฝ่ายคาดไว้ช่วงต้นปีหน้า หรือสถานการณ์เมืองมีความชัดเจนมากขึ้น
สำหรับสถานการณ์การเมืองตอนนี้ประเมินได้ยากว่าจะไปในทิศทางไหน ดังนั้น แนะนำนักลงทุนว่าควรรอดูความชัดเจนและรอจังหวะเข้าลงทุนอย่างระมัดระวัง
MBKET รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2556 ที่ 256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ธุรกิจค่านายหน้าหลักทรัพย์และธุรกิจอนุพันธ์เพิ่มขึ้น รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้น และรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นรวม 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 1,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
บล.กรุงศรี คาดว่าผลการดำเนินงานของเมย์แบงก์ กิมเอ็ง ในไตรมาส 4 เป็นระดับต่ำสุดของปีและประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เพิ่มขึ้น 11% เป็น 1,040 ล้านบาท ดังนั้น จึงคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรับเงินปันผลที่สูง
สำหรับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เป็นแชมป์โบรกเกอร์ติดต่อกันมาหลายปี รวมทั้งปี 2556 ด้วย ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เกือบ 10% แม้ว่าบางวันอันดับจะตกลงจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติบ้างก็ตาม เพราะบริษัทมีลูกค้าในประเทศเป็นส่วนใหญ่







