posttoday
ประตูอาเซียนเปิดแล้ว

ประตูอาเซียนเปิดแล้ว

04 พฤษภาคม 2553

นายสถิตย์ เล่าว่า ในการประชุมรอบนี้มีนาย Van Ninh Vu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และนาย Xuren Xie สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานร่วมการประชุม

ผลการประชุมครั้งนี้ คือ 1.ที่ประชุมรับทราบรายงานภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาค และเศรษฐกิจรายประเทศ ตลอดจนความเสี่ยงและประเด็นท้าทายต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อภูมิภาค ที่นำเสนอโดยนาย Haruhiko Kuroda ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank : ADB)

ทั้งนี้ ADB รายงานต่อที่ประชุมว่า เศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนบวก 3 ได้ฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจแล้ว และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในปี 2553 (Better Than “VShape” Recovery) โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และการขยายตัวของการส่งออกของประเทศในกลุ่มอาเซียนบวก 3

ADB คาดการณ์ว่า ในปี 2553 เศรษฐกิจอาเซียนบวก 3 จะขยายตัว 5% จากที่มีการขยายตัวเพียง 0.9% ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ เช่น การฟื้นตัวไม่เต็มที่ของเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้ว การชะลอการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และความผันผวนของการไหลเข้าของเงินทุนสู่ภูมิภาค

ADB เห็นว่าความร่วมมือระหว่างประเทศต่างๆ ในภูมิภาคในการสอดส่องและกำกับดูแลเศรษฐกิจและการเงินร่วมกันจะเป็นปัจจัยสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจของภูมิภาคและรายประเทศ โดยเห็นว่าประเทศสมาชิกควรมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการกำหนดนโยบายและความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค

2.สำหรับความคืบหน้าของมาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asia Bond Markets Initiative : ABMI) ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ โดยเห็นชอบการจัดตั้งกลไกการค้ำประกันเครดิตและการลงทุน (Credit Guarantee and Investment Facility : CGIF) วงเงิน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเงินทุนจะมาจากประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 และ ADB

กลไก CGIF จะให้บริการโดยทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันพันธบัตรให้แก่ภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น และเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเพิ่มอุปทานของพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาค

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการจัดตั้ง ASEAN +3 Bond Market Forum (ABMF) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติของการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนให้มีมาตรฐานเดียวกัน รวมถึงให้ความเห็นชอบการจัดตั้ง Technical Working Group on Regional Settlement Intermediary (RSI) เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนาระบบการชำระราคาและการส่งมอบหลักทรัพย์ และศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง RSI ร่วมกัน

3.ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าของมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation : CMIM) และได้มีการประกาศความสำเร็จการจัดตั้ง CMIM โดยความตกลงได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2553

ทั้งนี้ CMIM จะเป็นกลไกสำคัญของภูมิภาคในการรองรับความผันผวนทางการเงินของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 ในกรณีที่ประสบปัญหาดุลการชำระเงินหรือขาดสภาพคล่องในระยะสั้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบในประเด็นหลักของการจัดตั้งสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียนบวก 3 หรือ AMRO (ASEAN +3 Macroeconomic Research Office) ซึ่งจะทำหน้าที่วิเคราะห์และตรวจสอบสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 และสนับสนุนกลไกของ CMIM

หน่วยงานนี้จะจัดตั้งที่ประเทศสิงคโปร์ และคาดว่าจะเริ่มการดำเนินงานได้ภายในต้นปี 2554 จากเดิมที่คาดว่าจะตั้งในประเทศไทย

4.ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการขยายขอบข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินของภูมิภาค โดยเห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันกำหนดประเด็นความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนบวก 3 ในอนาคต

พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญของประเด็นต่างๆ เนื่องจากในปัจจุบันความร่วมมือภายใต้มาตรการริเริ่มต่างๆ มีความคืบหน้าและมีผลสำเร็จลุล่วงในหลายมาตรการ

ทั้งนี้ การประชุม AFMM +3 ครั้งต่อไปมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ค. 2554 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีอินโดนีเซียและญี่ปุ่นเป็นประธานร่วม

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ