posttoday
ธุรกิจกลางคืนเดี้ยงรัฐบาลขอหลัง4ทุ่มห้ามออก

ธุรกิจกลางคืนเดี้ยงรัฐบาลขอหลัง4ทุ่มห้ามออก

03 ธันวาคม 2556

สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ปะทะกันจนเสียชีวิต 3-4 ราย เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ออกนอกบ้านหลังเวลา 22.00 น. หรือหลัง 4 ทุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจสินค้าหรือบริการกลางคืนที่ซบเซามาหลายเดือนแล้ว ต้องทรุดลงไปอีกหรือไม่

สถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่ปะทะกันจนเสียชีวิต 3-4 ราย เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ออกนอกบ้านหลังเวลา 22.00 น. หรือหลัง 4 ทุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจสินค้าหรือบริการกลางคืนที่ซบเซามาหลายเดือนแล้ว ต้องทรุดลงไปอีกหรือไม่

ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ช่วงนี้ร้านอาหารทุกพื้นที่ลูกค้าลด 50-60% ปกติร้านอาหารขนาดใหญ่ ประเภทสวนอาหาร ที่ขายตั้งแต่เช้าถึงค่ำ มีรายได้ช่วงนี้วันละ 3-4 แสนบาท แต่เหตุรุนแรงตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน รายได้ของธุรกิจร้านอาหารโดยรวมน่าจะหายไปกว่า 1,000 ล้านบาทแล้ว เพราะคนไม่มีจิตใจอยากออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน แม้ไม่ได้ไปร่วมชุมนุม แต่ต้องการติดตามสถานการณ์อยู่บ้าน ส่วนช่วงที่ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากบ้านเวลา 22.00-05.00 น. ไม่กระทบธุรกิจร้านอาหารเพิ่ม เพราะเดิมกระทบอยู่แล้ว

สำหรับช่วงนี้คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากภาวนาให้สถานการณ์จบเร็ว หากเป็นไปได้อยากให้ทุกอย่างจบก่อนวันที่ 5 ธ.ค. อาจช่วยให้อารมณ์ความรู้สึกคนที่อยากออกมารับประทานอาหารนอกบ้านกลับมาบ้าง

ประสิทธิ์ สิงห์ดำรง อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการค้าถนนข้าวสาร กล่าวว่า ตั้งแต่มีชุมนุมถึงปัจจุบัน ลูกค้าร้านอาหารและที่พักย่านถนนข้าวสารหายไป 70-80% โดยเฉพาะช่วงค่ำวันที่ 1 ธ.ค. ที่ ศอ.รส.ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากบ้านหลัง 22.00 น. ยิ่งทำให้ลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติลดมากกว่าปกติ แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะเป็นแค่ระยะสั้น หากการชุมนุมยุติก่อน 5 ธ.ค. คนไทยและต่างชาติจะทยอยกลับมาปกติ

“ผู้ประกอบการพยายามอธิบายให้นักท่องเที่ยวที่ยังพักในย่านข้าวสารเข้าใจเหตุการณ์ว่า ถ้าไม่เข้าไปพื้นที่ชุมนุมก็ไม่มีปัญหา เพื่อให้นักท่องเที่ยวยังอยู่ต่อ แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากเลือกเช็กเอาต์ก่อนกำหนดไปเที่ยวต่างจังหวัด หรือกลุ่มที่อยู่ต่างจังหวัดรอเดินทางมาก็ขอเลื่อนไปก่อน เพราะเดินทางไม่สะดวก ส่วนกลุ่มที่ยังไม่ได้มาไทยแต่จองห้องพักไว้เดือน ธ.ค. ส่วนใหญ่ขอเลื่อนเดินทางไปเกือบหมด” ประสิทธิ์ กล่าว

สรเทพ โรจน์พจนารัช เจ้าของร้านอาหาร สตีฟ คาเฟ่ แอนด์ คุยซีน ย่านเทเวศร์ และสตีฟ คาเฟ่ แอนด์ คุยซีน อินทาวน์ ย่านราชครู กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มชุมนุมถึงปัจจุบัน ร้านอาหารรายได้หายไป 1 ล้านบาทแล้ว 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ลูกค้าหายไปวันละ 50-60% เพราะคนไทยไม่มีอารมณ์ออกจากบ้านมาใช้จ่าย ต้องการอยู่บ้านติดตามสถานการณ์ หรือไปร่วมชุมนุมเอง ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมาใช้บริการแต่ลดลงจากเดิม ในช่วงที่ ศอ.รส.ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากบ้านหลัง 22.00 น. ทำให้ลูกค้าเริ่มกลับบ้านตั้งแต่ 21.00 น. ร้านอาหารในย่านใกล้เคียงก็เงียบเหงาลงไม่ต่างกัน

ทั้งนี้ หากเป็นไปได้อยากให้ ศอ.รส.สื่อสารข้อความให้ชัดเจนว่า การขอความร่วมมือ เป็นการประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ เพราะแค่ขอความร่วมมือ ก็มีข่าวลือว่าเป็นเคอร์ฟิวทำให้คนสับสน จึงอยากให้รัฐบาลส่งสารให้ชัดเจนกว่านี้ เพราะการส่งสารไม่ชัดเจนทำให้ธุรกิจเสียหายมากขึ้นอีก ช่วงที่ชุมนุมร้านอาหารก็กระทบอยู่แล้ว หากมีเรื่องเคอร์ฟิวอีก ผลกระทบจะยิ่งมากขึ้น ธุรกิจร้านอาหารที่ควรจะเป็นภาคหนึ่งที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจได้บ้างในช่วงชุมนุม จะช่วยอะไรไม่ได้เลย

“ปกติต้องมียอดจองช่วง 5 ธ.ค. รวมถึงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แล้ว 50% แต่ปัจจุบันยังไม่มียอดจองเข้ามา แม้จะออกแคมเปญเชิญชวนคนจองล่วงหน้าช่วงปีใหม่ แต่ยังไม่มีการตอบรับ เชื่อว่าช่วงนี้ไม่ว่าจะออกแคมเปญอะไรกระตุ้น ก็กระตุ้นไม่ได้ ต้องรอเหตุการณ์จบก่อน ธุรกิจร้านอาหารจึงกลับมาคึกคัก” สรเทพ กล่าว

ด้านบรรยากาศลานเบียร์ ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์สิงห์ เปิดเผยว่า การชุมนุมที่เริ่มรุนแรงทำให้อาจต้องประเมินการจัดเทศกาลลานเบียร์ในพื้นที่เสี่ยงหรือใกล้บริเวณที่ชุมนุม เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ แต่พื้นที่ต่างจังหวัดให้บริการปกติ ส่วนกรณีขอความร่วมมือประชาชนอย่าออกจากบ้านหลัง 22.00 น. มั่นใจว่าหากลานเบียร์เปิดบริการคนจะออกมาดื่มรับลมหนาว หลังเปิดมาตั้งแต่วันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา คนแห่มาดื่มเบียร์ที่เซ็นทรัลเวิลด์เต็มทุกโต๊ะ สถานการณ์โดยรวมคึกคัก

ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท ไทยเอเชีย แปซิฟิค บริวเวอรี่ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ไทเกอร์ กล่าวว่า การขอความร่วมมือห้ามออกจากบ้านหลัง 22.00 น. กระทบการเปิดลานเบียร์หน้าเซ็นทรัลเวิลด์แน่นอน โดยเฉพาะสองวันนี้ เพราะคนจะกังวลความปลอดภัย ไม่กล้าออกมาเที่ยว และคงกระทบต่อสถานบันเทิง ผับ บาร์ ด้วย

ยามนี้ทุกธุรกิจหวังให้เหตุการณ์จบ โดยเฉพาะภาคบริการที่รายได้หลักทั้งปีมาจากช่วงเทศกาลนี้ เพราะหากเหตุยืดเยื้อต่อไป ก็สูญเสียโอกาสรายได้ไปตลอดฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) อย่างน่าเสียดาย

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ