
แบงก์ประเมินเงินเฟ้อต่ำปีหน้าสินค้าขึ้นตามต้นทุน
เงินเฟ้อไม่รุนแรงปีนี้เฉลี่ยแค่ 2.2% ปีหน้าแค่ 2.4%
เงินเฟ้อไม่รุนแรงปีนี้เฉลี่ยแค่ 2.2% ปีหน้าแค่ 2.4%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า ในปีนี้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงมีไม่มากนัก และคงคาดการณ์เงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยปีนี้ อยู่ที่ 2.2% และ 1% ตามลำดับ โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 11 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 2.24% และ 1.02% ตามลำดับ ต่ำกว่าอัตราเงินเฟ้อของปีที่แล้วที่อยู่ในระดับ 3.02% และ 2.10% ตามลำดับ
ดังนั้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในปีนี้จะยังคงอยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเร่งกลับขึ้นไปอยู่ที่ราว 2.5% และ 1.4% ตามลำดับ ในปีหน้าตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ดี การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อในเดือนล่าสุดเกิดจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารปรุงสำเร็จมากกว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป จึงอาจกล่าวได้ว่า การใช้จ่ายในประเทศยังอยู่ในภาวะเริ่มต้นของการฟื้นตัวและยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปในปีหน้าว่า จะทยอยไล่ระดับสูงขึ้นตลอดทั้งปี โดยสถานการณ์การเมืองไทยที่ตึงเครียดจะกระทบบรรยากาศและจังหวะการฟื้นตัวของบริโภคเพิ่มเติมจากความกังวลต่อภาระค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือน ซึ่งทำให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งปีแรกจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักก่อนจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งก็อาจเป็นนัยว่าธนาคารแห่งประเทศไทย น่าจะสามารถคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับที่ผ่อนปรนจากปัจจุบันที่ 2.25% ไปตลอดช่วงครึ่งแรก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจมีค่าเฉลี่ย 2.4% โดยมีกรอบคาดการณ์ที่ 2.2-2.6% ขยับขึ้นเล็กน้อยจากที่ปีนี้มีค่าเฉลี่ย 2.2%
ปัจจัยที่อาจมีผลหนุนเงินเฟ้อในปีหน้า คือ ทิศทางราคาพลังงานในประเทศที่อาจขยับขึ้น ตามแนวทางการปรับโครงสร้างพลังงานของภาครัฐโดยเฉพาะราคาก๊าซ LPG ภาคครัวเรือนและภาคขนส่ง ที่มีแผนขยับขึ้นเป็น 24.82 บาท/กิโลกรัม ทิศทางค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่าลงกว่าปีนี้ จะส่งผลหนุนให้ต้นทุนพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ปรับเพิ่มสูงขึ้นในท้ายที่สุดก็จะส่งผ่านมาที่แรงกดดันเงินเฟ้อในภาพรวม จนทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อในปีหน้าอาจขยับสูงขึ้น หากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทยอยเพิ่มสูงขึ้นตามต้นทุน







