
ชูผุดรถไฟรางคู่
หอการค้าภาคใต้ตอนบนหนุนแผนเต็มที่หวังกระตุ้นท่องเที่ยวค้าข้ามแดน
หอการค้าภาคใต้ตอนบนหนุนแผนเต็มที่หวังกระตุ้นท่องเที่ยวค้าข้ามแดน
หอการค้าภาคใต้ตอนบนเร่งผลักดันรถไฟรางคู่เชื่อมมาเลเซีย เชื่อหนุนท่องเที่ยวค้าลงทุนข้ามแดน
นางนฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สิ่งที่กลุ่มหอการค้า 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ต้องการเร่งผลักดันให้เกิดมากที่สุด คือ โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ ซึ่งหากสามารถเชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซียได้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้อย่างมหาศาลทั้งด้านการท่องเที่ยว การขนส่ง การลงทุน และการค้าชายแดน หลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ขณะเดียวกัน จ.ระนอง ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับพม่า มีแผนผลักดันโครงการก่อสร้างตลาดชายแดนไทยพม่า ด้าน จ.ระนองเกาะสอง เพื่อส่งเสริมการค้าผ่านแดนและการค้าชายแดนในพื้นที่ ทั้งยังรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยที่ผ่านมา บริเวณดังกล่าวมีมูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้ามากกว่า 2 หมื่นล้านบาท
“จังหวัดบริเวณชายแดนมีพื้นที่ให้ประชาชนทั้งสองประเทศเข้ามาจำหน่ายสินค้า โดยไม่จัดเก็บภาษี หรือที่เรียกว่า ตลาดนัดอยู่แล้ว สำหรับใน จ.ระนอง ขณะนี้สถานที่ที่เหมาะสมที่จะสร้างตลาดชายแดน 2 แห่ง คือ บริเวณท่าเรือศุลกากร ม.5 บ้านเขานางหงส์ ต.ปากน้ำ และบริเวณ ต.น้ำจืด อ.กระบุรี ซึ่งขณะนี้มีความคืบหน้าระดับหนึ่งแล้ว” นางนฤมล กล่าว
พร้อมกันนี้ ยังต้องการให้ก่อสร้างท่าเรือท่องเที่ยวขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันด้าน จ.ระนอง เพื่อสนับสนุนให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่ประเทศพม่าในอนาคต ที่คาดว่าจะขยายตัวอย่างมากในอีก 35 ปีข้างหน้าด้วย
ทั้งนี้ จังหวัดภาคใต้ตอนบน 7 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ระนอง ชุมพร พังงา กระบี่ นครศรีธรรมราช และภูเก็ต มีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนเฉพาะในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา 10 โครงการ รวมมูลค่าการลงทุน 3,726 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากเกษตรกรรมและผลผลิตทางการเกษตร เช่น กิจการผลิตน้ำมันปาล์ม กิจการผลิตไฟฟ้าจากแก๊สชีวภาพ (ไบโอแก๊ส) และกิจการผลิตถุงมือยาง
นอกจากนี้ ยังมีนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์์ เช่น โรงแรมขนาดใหญ่ ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย







