posttoday
"หมึกปรุงรส"ยึดเวียดนามป้อนวัตถุดิบ-ผลิตสินค้า

"หมึกปรุงรส"ยึดเวียดนามป้อนวัตถุดิบ-ผลิตสินค้า

02 ธันวาคม 2556

สิ่งสำคัญที่สุดของการผลิตสินค้าแปรรูปอาหารทะเล คือ วัตถุดิบ ซึ่งนับวันในประเทศไทยจะยิ่งหายากและมีราคาแพง

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

สิ่งสำคัญที่สุดของการผลิตสินค้าแปรรูปอาหารทะเล คือ วัตถุดิบ ซึ่งนับวันในประเทศไทยจะยิ่งหายากและมีราคาแพง จนสินค้าไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาป้อนโรงงาน

ถาวร เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีไทย แสน็ค ฟู้ดส์ ผู้ผลิตปลาหมึกปรุงรส ตรา สควิดดี้ เล่าว่า บริษัทเริ่มทำธุรกิจส่งออกสินค้าตั้งแต่ไทยเริ่มเจรจาทำข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เพื่อขยายตลาด โดยส่งออกสินค้าด้วยการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งถือว่าเป็นการทำแบบไม่มีกลยุทธ์ เพราะตัวแทนจำหน่ายจะมาหาซื้อสินค้าไปขาย ไม่มีกลยุทธ์ในการทำตลาด หากสินค้าขายส่งออกช้าก็จะปรับลดราคา ทำให้สินค้าเสียราคา และสร้างประวัติที่ไม่ดีให้กับสินค้าในตลาด

“หากเจอกับตัวแทนจำหน่ายที่ดีจะมีการศึกษาสินค้าเล็กน้อยเพื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง แต่การทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายสิ่งที่ต้องเจอ คือ การถูกกดราคา ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ การศึกษาหาข้อมูลก่อน เพื่อเลือกคู่ค้า ที่เหมาะสม พร้อมนำเสนอกลยุทธ์ของบริษัทให้คู่ค้า หากเจอคู่ค้าที่ดีจะมีโอกาสสำเร็จในระยะยาว”

สำหรับการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะทำให้เกิดฐานการผลิตเดียว ในฐานะที่เป็นโรงงานผลิตสินค้าอาหารทะเล จำเป็นต้องออกสำรวจแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีราคาที่เหมาะสมมาใช้ในโรงงาน โดยเริ่มจากประเทศเวียดนาม เพราะเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ โดยได้วัตถุดิบจากห้องเย็นในเมืองโฮจิมินห์ สำหรับขั้นแรกได้ซื้อสินค้าบรรจุแพ็กคัดขนาดแล้วส่งกลับเข้าไทยทางเรือ ก่อนเข้าไปตั้งศูนย์รับซื้อโดยตรงกับชาวประมง เพื่อจัดหาวัตถุดิบแบบคละขนาดแล้วแยกส่งเมืองไทย ซึ่งจะได้ราคาที่ถูกกว่า

ขณะเดียวกันพยายามหาแหล่งวัตถุดิบจากพม่า ซึ่งจัดว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ แต่ทางพม่ายังมีปัญหาเรื่องวิธีการถนอมอาหารที่ยังไม่ดี จึงอยู่ระหว่างการศึกษาอยู่ เพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบในอนาคต

ทั้งนี้ เมื่อเมืองไทยมีนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ทางบริษัทจึงตัดสินใจเข้าไปตั้งโรงงานผลิตปลาหมึก ปรุงรสในประเทศเวียดนาม เพื่อผลิตสินค้าป้อนตลาดในเวียดนามและส่งออกไปตลาดต่างประเทศ เนื่องจากเวียดนามมีตลาดในประเทศที่ใหญ่มากพอ มีวัตถุดิบและแรงงานจำนวนมาก ซึ่งมีต้นทุนถูกกว่า โดยโรงงานเริ่มเดินเครื่องการผลิตตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ถือว่ายังอยู่ในช่วงแรกๆ ของการลงทุนสร้างโรงงาน

สำหรับสินค้าที่จำหน่ายในเวียดนามต้องปรับเปลี่ยนเล็กน้อย เพื่อให้เข้ากับรสนิยมของลูกค้า โดยเฉพาะรสชาติให้เหมาะกับรสชาติท้องถิ่น เพราะคนไทยชอบรสหวานมากกว่าชาวเวียดนาม ส่วนการทำตลาดอาศัยเครือข่ายที่มีอยู่แล้วเพื่อกระจายสินค้าต่อไป

ถาวร ชี้ว่า ตลาดเวียดนามมีการแข่งขันสูง แต่ไม่เท่าเมืองไทยที่มีโมเดิร์นเทรดเป็นผู้ครองตลาด จึงมีต้นทุนด้านการตลาดสูง ขณะที่ในประเทศเวียดนามหรือประเทศอื่นๆ เช่น พม่า ลาว กัมพูชา การแข่งขันยังน้อยหากเทียบกับเมืองไทย การทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดยังเป็นรูปแบบดั้งเดิม เช่น การแจกสินค้าให้ชิม ซึ่งมีต้นทุนที่ถูกกว่า ส่วนการนำสินค้าวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้ายังมีอัตราค่าแรกเข้าถูกกว่าเมืองไทยด้วย

“ด้านกฎหมาย กฎระเบียบการทำธุรกิจในเวียดนาม ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก มีสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน กฎหมายเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดจริง แต่อย่างน้อยเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เป็นผลดีต่อ นักลงทุนต่างชาติ”

ขณะที่ในพม่า นอกจากจะศึกษาการหาแหล่ง วัตถุดิบแล้ว บริษัทยังได้ส่งสินค้าไปจำหน่าย โดยปรับเป็นบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก ราคาไม่แพง เพราะลูกค้าชาวพม่าต้องการสินค้าถูก ซึ่งจากการทดลองตลาดนำสินค้าให้ลูกค้าชิม พบว่าได้รับการยอมรับดี จึงส่งสินค้าในรูปแบบขนาดเล็กไปขาย ส่วนประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายแล้วเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท