
อุตฯยกชั้นไหมโคราชกวาดยอด4พันล.
อุตสาหกรรมยกระดับผ้าไหมโคราชสู่สากล คาดทำรายได้กว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี เติบโตกว่า 20%
อุตสาหกรรมยกระดับผ้าไหมโคราชสู่สากล คาดทำรายได้กว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี เติบโตกว่า 20%
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการไหมไทยสู่สากล กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า จ.นครราชสีมา มีการผลิตผ้าไหมออกสู่ตลาดมากกว่า 10 ล้านหลาต่อปี โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปักธงชัย สามารถทำรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 4,000 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20%
สำหรับผ้าไหมจาก จ.นครราชสีมา ถือว่ามีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในกลุ่มผู้ผลิตผ้าไหมนครชัยบุรินทร์ 4 จังหวัด (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) ซึ่งมีรายได้รวมปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้การสนับสนุนด้านการผลิตผลิตภัณฑ์ไหมไทยให้มีศักยภาพ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการตลาด การสร้างตราสินค้าใหม่จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและการประชาสัมพันธ์ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน เพื่อแก้ปัญหาในด้านมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยและการแอบอ้างนำคำว่า “ไหมไทย (Thai Silk)” ไปใช้เพื่อการค้า เป็นต้น
“ไหมไทยเป็นสินค้าหัตถกรรมที่มีขั้นตอนการผลิตที่ใช้แรงงานคนไทยเป็นหลัก สามารถสร้างงานให้กับชาวบ้าน และเป็นการเพิ่มรายได้ให้แรงงานในชนบทด้วย” นายสุวัจน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมไทยในหลายๆ ด้าน อาทิ พัฒนาด้านบุคลากร โดยเน้นที่ผ้าไหมทอมือ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีและด้านการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดการสูญเสียทั้งระบบ และพัฒนารูปแบบสินค้าและการตลาด ให้เหมาะกับรสนิยมของลูกค้า ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สินค้าผ้าไหมอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ล่าสุดกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดงาน “เทศกาลไหมไทยที่โคราช Thai Silk Festival 2013” ขึ้น ระหว่างวันที่ 915 ธ.ค. 2556 ณ สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดยมีการออกร้านกว่า 60 ร้านค้า จำหน่ายผลิตภัณฑ์โอท็อป กว่า 40 ร้านค้า และคลินิกอุตสาหกรรม เพื่อแนะนำให้ความรู้ด้านอุตสาหกรรมและวิสาหกิจชุมชนแก่ประชาชนทั่วไป







