
เร่งเครื่องออกรง.4โรงไฟฟ้า
รัฐยันใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน30วันยื่นเอกสารครบถูกต้องไฟเขียวแน่นอน
รัฐยันใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน30วันยื่นเอกสารครบถูกต้องไฟเขียวแน่นอน
สกพ.ทยอยปลดล็อกใบ ร.ง.4 โรงไฟฟ้าย้ำใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน เคาะผ่านเว้นเอกสารไม่สมบูรณ์
นายกวิน ทังสุพานิช เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง.4) ให้กับโรงไฟฟ้าทุกประเภท ว่า ทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ได้ดำเนินการพิจารณาออกใบ ร.ง.4 ให้เป็นไปตามกระบวนการที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดยเน้นความรอบคอบ ความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารต่างๆ ซึ่งใช้ระยะเวลาพิจารณาภายหลังจากได้รับเรื่องจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่เกิน 30 วัน แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนเงื่อนไขความถูกต้อง ครบถ้วนของเอกสารด้วย
ที่ผ่านมา สกพ.ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบการออกใบอนุญาต ร.ง.4 ไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 452 ราย รวมกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น 8,52-9.26 เมกะวัตต์ โดยล่าสุดมีมติเห็นชอบอีก 5 ราย และปัจจุบัน อยู่ระหว่างตรวจสอบและจัดทำความเห็นเพื่อเสนอเรกูเลเตอร์พิจารณาอีก 16 ราย คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณา ภายในสัปดาห์หน้าได้อีก 7 ราย โดยที่เหลืออยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูล เอกสารเพิ่มเติมจากผู้ประกอบการ กรมโรงงานอุตสาหกรรมและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาใบ ร.ง.4 ซึ่งเป็นเงื่อนไขในการประกอบกิจการโรงไฟฟ้านั้น หลังจากได้รับเรื่องที่ทางกรมโรงงานอุตสาหกรรมส่งเข้ามา ทาง สกพ.จะตรวจสอบและจัดทำความเห็นเพื่อเสนอเรกูเลเตอร์พิจารณา โดยกรอบระยะเวลาที่เรกูเลเตอร์และกระทรวงอุตสาหกรรมได้ตกลงกันไว้ในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับลงวันที่ 28 ต.ค. เรื่อง แนวทางการให้อนุญาตตั้งโรงงานฯ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมจะมีระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ในขณะที่เรกูเลเตอร์มีระยะเวลาดำเนินการภายใน 30 วัน รวมระยะเวลาทั้งสิ้นไม่เกิน 90 วัน ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงอุตสาหกรรม
นายกวิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพิจารณาอนุญาต ร.ง.4 ในส่วนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะเกินกว่า 60 วัน หรือโดยเฉลี่ยประมาณ 360 วัน เนื่องจากต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการออกใบอนุญาต ร.ง.4 รวมทั้งขึ้นอยู่กับความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารที่ส่งมาประกอบการพิจารณาอนุญาต ซึ่งบางครั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรมอาจต้องส่งเรื่องกลับไปสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อแก้ไขเอกสารบางราย







