posttoday
ทริสฯห่วงท่องเที่ยว-รถยนต์-นิคมฯเดี้ยง

ทริสฯห่วงท่องเที่ยว-รถยนต์-นิคมฯเดี้ยง

02 ธันวาคม 2556

ทริส เรทติ้ง จับตาธุรกิจ ท่องเที่ยว รถยนต์ นิคมฯ อ่อนแอตามเศรษฐกิจและการชุมนุม

ทริส เรทติ้ง จับตาธุรกิจ ท่องเที่ยว รถยนต์ นิคมฯ อ่อนแอตามเศรษฐกิจและการชุมนุม

น.ส.นพลักษณ์ รักธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส เรทติ้ง เปิดเผยว่า ทริสฯ เกาะติดและประเมินฐานะทางการเงินของลูกค้าอย่างใกล้ชิด ภายหลังจากเปิดเผยผลดำเนินงานงวด 9 เดือนออกมาแล้ว หลายธุรกิจเติบโตไม่ได้ตามเป้าหมาย หากเป็นภาวะปกติยังมี ลุ้นว่าจะดีขึ้นในไตรมาสสุดท้าย แต่ปีนี้มีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น จึงต้อง ติดตามว่าจะเป็นอย่างไร

ทั้งนี้ โดยส่วนตัวมองว่าธุรกิจที่น่าเป็นห่วง คือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว แม้ว่าผู้ประกอบการปรับตัวได้ดี แต่นักท่องเที่ยวอาจจะมาน้อยกว่าที่คาดในช่วงไฮซีซั่นปีนี้

นอกจากนั้น ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยตรงของ นักลงทุนต่างชาติ ก็ต้องเกาะติดว่าผลจะ เป็นอย่างไร แต่การชุมนุมในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาไม่ค่อยกระทบ เพราะนิคมฯ ส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัด และมีนักลงทุนญี่ปุ่น

สำหรับกลุ่มค้าปลีกอาจทำให้กำลังซื้อลดลง แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเชื่อว่าผู้ประกอบการรายใหญ่น่าจะปรับตัวได้

น.ส.นพลักษณ์ กล่าวว่า กลุ่มยานยนต์ผลประกอบการอ่อนแอลงมากหลังจากหมดมาตรการรถคันแรก ซึ่งต้องดูว่าธุรกิจจะมีกลยุทธ์และมีการปรับตัวกันอย่างไรบ้าง รวมถึงกำลังซื้อในงานมอเตอร์โชว์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ด้วย

สำหรับธุรกิจด้านส่งออกไม่น่ากังวลหลังจากเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว เรื่องโรคของไก่และกุ้งดีขึ้น นอกจากนี้การลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 2.25% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง ก็น่าจะมีส่วนสนับสนุนด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่น่าจะมีผลต่อการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทลูกค้า เพราะที่ผ่านมาหลายธุรกิจมีการออกหุ้นกู้ต่อเนื่อง ฐานะการเงินดีไม่อ่อนแอ และหากจะพิจารณาปรับลดเครดิตธุรกิจจะต้องมีผลดำเนินงานที่อ่อนแอลงติดต่อกันหลายไตรมาส

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ได้ศึกษาย้อนหลังตั้งแต่ปลายปี 2548 เป็นต้นมา พบว่าเดือน ธ.ค. มักเป็นช่วงที่หุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลางใน SET50 และ SET100 ปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาด โดยพบว่าหุ้นในกลุ่ม SET50 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.5% หุ้นในกลุ่ม SET51100 เฉลี่ย 3.8% ดีกว่าหุ้นขนาดเล็กที่ไม่ได้อยู่ใน SET100 ซึ่งให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 1.7%

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวน่าจะมาจากเม็ดเงินของกองทุน LTF และ RMF ที่มักจะไหลเข้ามาในช่วงเดือน ธ.ค. สูงที่สุดของทุกปี แต่พอเข้าสู่ช่วงเดือน ม.ค.ของปีถัดไป หุ้นขนาดใหญ่มักจะลดลง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่ม SET50 ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ 0.6% ดังนั้นหากลงทุนในหุ้นกลุ่ม SET50 ก็ควรที่จะขายหุ้นออกมาก่อนเข้าสู่เดือน ม.ค.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท