
โฆษณาปี’57ยังน่าห่วง
อุตฯ โฆษณา ปีหน้ายังมืด เศรษฐกิจการเมืองบั่นทอน ลูกค้าลดงบ แนะเอเยนซีเร่งปรับตัว
อุตฯ โฆษณา ปีหน้ายังมืด เศรษฐกิจการเมืองบั่นทอน ลูกค้าลดงบ แนะเอเยนซีเร่งปรับตัว
นายสันต์ สุวรรณวลัยกร นายกสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก เปิดเผยว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณาในปีหน้ายังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากอุตสาหกรรมโฆษณาถูกขับเคลื่อนด้วยภาวะเศรษฐกิจและการเมือง ซึ่งขณะนี้ภาพรวมของ 2 ปัจจัยดังกล่าวยังไม่มีความแน่นอน โดยเฉพาะปัจจัยลบด้านการเมือง
นอกจากนี้ การที่ลูกค้าใช้งบผ่านสื่อโฆษณาลดลง ถือเป็น อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโฆษณา เนื่องจากปัจจุบันลูกค้ามีช่องทางในการใช้งบทำการตลาดและโฆษณาสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากเม็ดเงินโฆษณาในช่องทางออนไลน์ที่เติบโตมากกว่าช่องทางอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม แม้ลูกค้าจะมีช่องใหม่ๆ ในการทำตลาดมากขึ้น แต่สื่อหลักอย่างทีวียังคงเป็นช่องทางที่ลูกค้ายังเข้ามาใช้บริการ ซึ่งจากพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป นักโฆษณาควรมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ขณะเดียวกันควรมีการผลิตผลงานโฆษณาที่สามารถใช้ได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
นอกจากนี้ ในปีหน้าเอเยนซีจะมีการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจสู่การเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์มากขึ้น จากเดิมจะเน้นการขายไอเดียงานโฆษณา เนื่องจากผู้บริโภคและลูกค้ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คือ ใช้งบน้อยลง แต่ต้องการผลงานที่มีคุณภาพและเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงจุดมากขึ้น“อีกปัจจัยลบที่ส่งผลต่อวงการโฆษณาตอนนี้คือ การขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากนักโฆษณามีการแยกตัวไปทำเอเยนซี่ขนาดเล็กมากขึ้น ขณะที่นักศึกษาจบใหม่ก็หันไปทำธุรกิจของตัวเองมากขึ้น จึงทำให้เสน่ห์ของโฆษณาลดลง ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้บางเอเยนซี่เริ่มเปิดโรงเรียนของตัวเอง เพื่อผลิตบุคลากรเข้ามาทดแทน” นายสันต์กล่าว
ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม แบด อวร์ด 2013 ภายใต้คอนเซ็ปต์ แบด ซี ทรู (ใสใส เห็นได้ทุกองศา) ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทางสมาคมได้จัดขึ้น เพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นการสร้างผลงานโฆษณาคุณภาพให้กับวงการโฆษณา ซึ่งในส่วนของปีนี้มีผลงานเข้าประกวดทั้งสิ้น 842 ชิ้น จาก 49 เอเจนซี่ ใน 14 ประเภท โดยเอเจนซี่ที่ได้คะแนนมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ได้แก่ โอกิลวี่ แอนด์ เมทเธอร์ แอดเวอร์ไทซิ่ง ได้คะแนนรวม 203 คะแนน ที่ 2 ได้แก่ เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ 167 คะแนน และที่ 3 ได้แก่ โลว์ ประเทศไทย ได้ 83 คะแนน







