
ธนาคารลดดอกเบี้ย2ขาทำกำไรปีหน้าหด2.4%
นักวิเคราะห์ประเมินแบงก์พาณิชย์หั่นดอกเบี้ยสนอง กนง. คาดฉุดกำไรปีหน้าหดราว 2.4%
นักวิเคราะห์ประเมินแบงก์พาณิชย์หั่นดอกเบี้ยสนอง กนง. คาดฉุดกำไรปีหน้าหดราว 2.4%
น.ส.อุษณีย์ ลิ่วรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ลงตามดอกเบี้ยนโยบายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายวิจัยของบริษัทมีมุมมองลบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ และศักยภาพการทำกำไรของธุรกิจธนาคารในช่วง 36 เดือนข้างหน้า เนื่องจากเป็นตัวสะท้อนว่าความต้องการสินเชื่อยังมีแนวโน้มหดตัวเป็นแรงกดดันให้ธนาคารต้องลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นความต้องการสินเชื่อ ซึ่งสวนทางกับสภาพคล่องในระบบที่ยังตึงตัว
ทั้งนี้ จากการศึกษาของฝ่ายวิจัยพบว่า ทุก 0.25% ที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลดลง จะมีผลกระทบต่อส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ในปี 2557 ของกลุ่มธนาคารให้ลดลงราว 0.038% ซึ่งหากคำนวณจากสมมติฐาน NIM ของกลุ่มธนาคารปัจจุบันที่ 3.14% ก็จะทำให้ NIM ลดลงมาอยู่ที่ราว 3.1% และส่งผลกระทบต่อกําไรสุทธิในปีหน้าของธุรกิจธนาคารให้ลดลงราว 2.4%
สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทิสโก้ ซึ่งมีโครงสร้างสินเชื่อที่คิดดอกเบี้ยลอยตัวในพอร์ตสูง
น.ส.อุษณีย์ กล่าวว่า ธนาคารที่จะได้รับผลกระทบน้อย คือ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และธนาคารธนชาต เนื่องจากเป็นผู้กู้ยืมสุทธิในตลาดเงิน ซึ่งสามารถหักล้างผลกระทบจากดอกเบี้ยเงินฝากและสินเชื่อได้
นายอดิศร มุ่งพาลชล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะมีผลกระทบต่อส่วนต่างดอกเบี้ยของธนาคารให้ลดลงอย่างแน่นอน เพราะลดดอกเบี้ยเงินกู้มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
อย่างไรก็ดี ยังเชื่อว่าผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรจะมีไม่มาก เนื่องจากเป็นการปรับลดลงทั้งสองขา โดยคาดว่าธุรกิจธนาคารในภาพรวมปีหน้าจะทำกำไรได้ราว 2.2 แสนล้านบาท เติบโต 9% ภายใต้สมมติฐานดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.25% ไปจนถึงสิ้นปี เพราะความต้องการสินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนยังมีอยู่







