
จัดกองทุนช่วยนักท่องเที่ยวรับผลม็อบ
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จ่อชง ครม.แก้ระเบียบกองทุนช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติครอบคลุมผลพวงม็อบ พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือการท่องเที่ยวรับมือสถานการณ์
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จ่อชง ครม.แก้ระเบียบกองทุนช่วยนักท่องเที่ยวต่างชาติครอบคลุมผลพวงม็อบ พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือการท่องเที่ยวรับมือสถานการณ์
นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า จะเสนอให้ ครม.อนุมัติการแก้ระเบียบกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ครอบคลุมกรณีนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองทุกประเภท เพื่อให้พร้อมช่วยเหลือได้ทันทีหากมีการยกระดับการชุมนุม
ทั้งนี้ รัฐบาลเคยมีกองทุนดังกล่าวอยู่แล้วปีละ 50 ล้านบาท แต่ไม่ได้ครอบคลุมความช่วยเหลือทุกด้าน การขออนุมัติครั้งนี้จะขอแค่เพียงให้ครอบคลุมความช่วยเหลือก่อน เช่น หากนักท่องเที่ยวต้องเลื่อนเที่ยวบินเดินทางกลับประเทศ ก็จะได้รับเงินชดเชย เมื่อวงเงินไม่เพียงพอค่อยมีการขอขยายวงเงินเพิ่มเติมต่อไป
ขณะเดียวกัน กระทรวงได้มีเตรียมประกันภัยพร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไว้แล้วในกรณีเกิดเหตุการณ์จลาจลหรือประสบอุบัติเหตุต่างๆ ภายใต้วงเงินรวม 180 ล้านบาทต่อปี โดยจะจ่ายให้กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ 1 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ กรณีได้รับบาดเจ็บ จ่ายตามจริงไม่เกิน 1 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ และกรณีเดินทางกลับไม่ได้ จ่าย 100-1 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ
สำหรับมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่นภาคการท่องเที่ยวนั้น จะเปิดเว็บบล็อกในเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สมาคมและภาคเอกชนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ได้ส่งสรุปสถานการณ์การเมืองในแต่ละวันเข้าไปเพื่ออัพเดตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้รับทราบ ทั้งนี้ สาเหตุที่ให้ภาคเอกชนเป็นผู้อัพเดตนั้นเนื่องจากมีความเป็นกลาง ได้รับความเชื่อถือมากกว่า นอกจากนี้ จะจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือด้านการท่องเที่ยวขึ้น เพื่อประสานงานความช่วยเหลือให้แก่กลุ่มต่างๆ ด้วย
นายสมศักย์ กล่าวอีกว่า จนถึงสิ้นปี 2556 น่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวน 26 ล้านคนตามเป้าหมายเดิม และหากการเตือนภัยด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยยังอยู่ในระดับ 2 ก็จะไม่ต้องกังวลมากนัก เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติก็เพียงแค่ชี้แจงต่อต่างชาติผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ และการชี้แจงโดยตรงต่อคู่ค้าของภาคเอกชน ก็น่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ ทั้งนี้ ยังไม่ต้องการประเมินว่าสถานการณ์ที่วิกฤติที่สุดจะเป็นอย่างไร แต่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไปเรื่อยๆ







