
อมตะเจอเลื่อนเซ็นซื้อที่ดิน
ต่างชาติกังวลม็อบขอลงนามปีหน้า โรจนะไม่กระทบหลังรอดน้ำท่วม
ต่างชาติกังวลม็อบขอลงนามปีหน้า โรจนะไม่กระทบหลังรอดน้ำท่วม
อมตะลดเป้ายอดจำหน่ายปีนี้ลง 60% เหลือแค่ 1,000 ไร่ ม็อบการเมืองเริ่มกระทบ ต่างชาติเลื่อนเซ็นซื้อที่
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติ จนมีการชะลอการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยออกไป
สำหรับอมตะก็ได้รับผลกระทบ โดยมีนักลงทุนรายใหญ่ 2-3 ราย แจ้งขอเลื่อนการเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดินออกไปเป็นช่วงต้นปี 2557 เพื่อรอให้สถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลาย อมตะจึงเตรียมปรับลดเป้ายอดขายพื้นที่ลงเหลือ 1 ใน 3 หรือเหลือประมาณ 1,000 ไร่ จากเดิมที่ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3,000 ไร่ โดยคาดว่านักลงทุนจะสามารถกลับมาเซ็นสัญญาได้ในไตรมาสแรก หรือไตรมาส 2 ของปี 2557
อย่างไรก็ตาม บริษัทลูกของอมตะในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เวียดนามยอดขายยังคงเป็นไปได้ด้วยดี เนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของเวียดนามเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี โดยรัฐบาลกลางเวียดนามได้ออกมาตรการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้ค่าเงินดองมีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบการนโยบายในการส่งเสริมการลงทุน การให้สิทธิประโยชน์ต่อนักลงทุนที่เข้ามาลงทุน และนักลงทุนที่ย้ายฐานเข้ามาลงทุนในเวียดนาม ทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและเข้ามาลงทุนเพิ่มมากขึ้น
“ตลอดช่วงปีนี้จะเห็นว่านักลงทุนสนใจลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะเวียดนาม ดูจากสถิติเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) ที่ไปลงเวียดนามประมาณ 6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2555 20% เทียบกับเอฟดีไอที่มาไทยอยู่ประมาณ 3.5-4 แสนล้านบาทลดลง 19%” นายวิบูลย์ กล่าว
น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวว่า ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนญี่ปุ่นและยังไม่มีการชะลอการตัดสินใจซื้อที่ดิน เนื่องจากได้วางแผนลงทุนในระยะยาวและให้น้ำหนักเรื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่าสถานการณ์การเมือง
นอกจากนั้น การที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งนี้ได้กลับเป็นสัญญาณบวกให้บริษัท เพราะพื้นที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนธุรกิจน้ำและเครื่องดื่ม จึงเริ่มมีนักลงทุนต่างชาติเริ่มมาคุย เริ่มแสดงความจำนงสนใจซื้อที่ดินแล้ว
“นักลงทุนเข้าใจเรื่องการเมืองและปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมานานแล้ว แต่หากในระยะยาวแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ เพราะจะมีผลต่อการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ” น.ส.อมรา กล่าว







