
ธปท.จับตา2เดือนท้ายการเมืองฉุดศก.
ธปท.เผยตัวเลขภาวะเศรษฐกิจเดือนต.ค.ทรงตัว แต่ต้องจับตา พ.ย.-ธ.ค. ผลกระทบชุมนุมทางการเมือง เชื่อลดดอกเบี้ยช่วยลดความเสี่ยงเศรษฐกิจ
ธปท.เผยตัวเลขภาวะเศรษฐกิจเดือนต.ค.ทรงตัว แต่ต้องจับตา พ.ย.-ธ.ค. ผลกระทบชุมนุมทางการเมือง เชื่อลดดอกเบี้ยช่วยลดความเสี่ยงเศรษฐกิจ
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการ สำนักเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ในภาพรวมทรงตัวใกล้เคียงกับเดือนก่อน เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนทรงตัว โดยขยายตัว 1.2% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่ขยายตัวติดลบ 1.3% การส่งออกยังได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ต่างประเทศบ้าง แต่การผลิตภาคอุตสาหกรรมยังติดลบ 4% จากเดือนก่อนที่ติดลบ 2.9% และการลงทุนภาคเอกชนยังไม่ฟื้นตัวนักติดลบ 0.9% จากเดือนก่อนหน้าติดลบ 0.3%
สำหรับภาคการท่องเที่ยวขยายตัวชะลอลงบ้าง จากผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมายด้านการท่องเที่ยวของจีน แต่ยังขยายตัวได้มากกว่าภาคอื่นๆ โดยขยายตัว 14.7% เมื่อเทียบกับะยะเดียวกันปีก่อน ชะลอตัวจาก 27.46% ในเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากราคาอาหารสด ผลไม้บางอย่าง และราคาแอลพีจีที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มเป็น 0.71% จากเดือนก่อนหน้า 0.61% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นเป็น 1.46% จาก 1.42% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่การว่างงานอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.6% ลดลงจากเดือนก่อนหนเที่ 0.7%
ส่วน ดุลบัญชีเดินสะพัดยังเกินดุลเล็กน้อย 400 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการเกินดุลการค้า ขณะที่ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุล 379 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการที่นักลงทุนไทยไปลงทุนในตราสารหนี้ของต่างประเทศ และการฝากเงินในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์เพื่อบริหารสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศ ซึ่งในภาพรวมดุลการชำระเงินขาดดุลเล็กน้อย
“ภาวะเศรษฐกิจเดือนต.ค.ที่ผ่านมายังทรงตัว ไม่ชะลอลงไปจากเดิม และเริ่มเห็นการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้นบ้าง แต่จะต่อเนื่องเพียงในในช่วงที่เหลือของปีหรือไม่ยังต้องติดตาม เพราะอาจจะมีผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองได้ อย่างไรก็ดี ธปท.เชื่อว่าการพิจาณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนไม่ได้ทันที แต่คงมีผลช่วยลดความเสี่ยงที่จะมีผลเชิงลบได้บ้าง” นางรุ่งกล่าว







