
ม็อบขยายวงทุบยอดร่วง
สำรวจรอบ1สัปดาห์หายแล้วกว่า50%สมาคมเอสเอ็มอีวอนทุกฝ่ายเจรจา
สำรวจรอบ1สัปดาห์หายแล้วกว่า50%สมาคมเอสเอ็มอีวอนทุกฝ่ายเจรจา
ม็อบทั่วประเทศ ทุบกำลังซื้อร่วง 50% ซ้ำเติมหนักเอสเอ็มอี ขอทุกฝ่ายหันหน้าเจรจากันเร็วที่สุด
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สสวท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองขณะนี้ที่ขยายวงไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย และซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ายอดขายของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดลงมากกว่า 50%
ในขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองอย่างมาก ที่มีการชุมนุมเกิดขึ้นในทุกจังหวัด เพราะ
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องลดกำลังการผลิตสินค้าลง ตามยอดขายที่หดตัวลง เพราะหากผลิตสินค้าไว้จำนวนมาก แต่ขายไม่ได้จะเกิดปัญหาหนี้เสียตามมา รวมทั้งผู้ประกอบการที่ต้องการเข้ามาซื้อสินค้าใน กทม. ก็ได้รับผลกระทบเรื่องการปิดถนน ทำให้การขนส่งสินค้า และการให้บริการโลจิสติกส์ต่างๆ ไม่ได้รับความสะดวก
ทั้งนี้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในปัจจุบันต่างชะลอการใช้จ่าย และบางส่วนหยุดซื้อสินค้าไปแล้ว เนื่องจากไม่รู้ว่าอนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไร จึงชะลอดูสถานการณ์ของประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในช่วงเดือน พ.ย.ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งใกล้เข้าสู่เทศกาลปีใหม่ ผู้ผลิตสินค้าเอสเอ็มอีจะต้องสต๊อกสินค้าเพิ่มขึ้น เพื่อรับกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในช่วงเทศกาลจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปกติ แต่ในปีนี้คาดว่ายอดขายจะชะลอตัวลงแน่นอน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้
สำหรับขณะนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอียังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ควรวางแผนการผลิตในระดับเท่าใด และเหตุการณ์จะกลับมาปกติเมื่อใด รวมทั้งยังไม่สามารถตั้งเป้าหมายยอดขายในอนาคตได้ เพราะสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่ปกติ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศอยากให้ทุกฝ่ายทางการเมือง กลุ่มผู้ชุมนุม และรัฐบาล หันมาเจรจากันให้สถานการณ์ชุมนุมยุติโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ต่อไป เพราะหากยืดเยื้อ และมีการชุมนุมยาวนาน จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อธุรกิจเอสเอ็มอีที่เป็นฐานรากสำคัญของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศพังได้
“ตอนนี้เอสเอ็มอีเดือดร้อนอย่างมาก จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่ชุมนุมและภาครัฐ หันมาเจรจากัน ให้การชุมนุมยุติลงเร็วที่สุด เพราะการชุมนุมกระจายไปทั่วประเทศ หากทุกอย่างยืดเยื้อ ไม่ดีเลย ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างยิ่งแย่ลง อาจมีผลให้ประเทศ และเศรษฐกิจไทยพังแน่นอน” นางเพ็ญทิพย์ กล่าว







