
7ไอพีโอลุยไฟธ.ค.
ไม่หวั่นปัญหาขัดแย้งการเมืองระอุTTAลุยเพิ่มทุน4,173ล้านบาท
ไม่หวั่นปัญหาขัดแย้งการเมืองระอุTTAลุยเพิ่มทุน4,173ล้านบาท
ตลาดหุ้นยันไม่หวั่นการเมืองระดมทุนเดือน ธ.ค. 7 ราย มาร์เก็ตแคป 9 หมื่นล้าน
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ช่วงเดือน ธ.ค.นี้ จะมีหุ้นเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นเพิ่มอีก 7 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดเอ็ม เอ ไอ (mai) 4 บริษัท กองทุนอสังหาริมทรัพย์ 2 กองทุน และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก 1 กองทุน คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 9 หมื่นล้านบาท
แม้ว่าก่อนหน้านี้มี 2 บริษัท เลื่อนเข้า ตลท.จากเดือน ธ.ค.ไปต้นปีหน้า เพราะกังวลปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่จะฉุดราคาหุ้นคือ บริษัท สุธากัญจน์ หรือ SUTHA และบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป
ด้านบริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) เข้าซื้อขายวันแรกใน ตลท. เปิด 39 บาท ราคาสูงสุด 41.75 บาท ปิดต่ำสุด 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 8.25 บาท หรือ 27.50% มูลค่าซื้อขาย 5,047.49 ล้านบาท
น.ส.พัชพร สรรคบุรานุรักษ์ หัวหน้าฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI ที่ปรึกษาทางการเงินและแกนนำขายหุ้น BJCHI กล่าวว่า หุ้น BJCHI ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสถาบันที่จองล้นกว่า 9 เท่า และรายย่อยจองซื้อล้น
เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีรายได้และกำไรเติบโตโดดเด่นต่อเนื่อง จากผลประกอบการ 9 เดือนแรก มีรายได้รวม 3,018 ล้านบาท หรือโตกว่า 25% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 952 ล้านบาท หรือโตกว่า 71% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิสูงถึง 41% และ 32% ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นอัตรากำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยบริษัทยังมีศักยภาพในการเข้าประมูลโครงการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ราคาไอพีโอที่ 30 บาท มีส่วนลดในระดับสูงถึง 52% ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนและสนใจซื้อ โดยราคาดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) เพียง 8.09 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยพีอีของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 16.67
ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ผันผวน ช่วงเช้าปรับตัวขึ้นตามตลาดเอเชียและเปิดตลาดช่วงบ่ายมีแรงขายออกมาปิด 1,359.45 จุด ลดลง 13.66 จุด มูลค่าซื้อขาย 33,543.59 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติและพอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 394 ล้านบาท และ 833 ล้านบาท ตามลำดับ โดยนักลงทุนทั่วไปและสถาบันในประเทศเป็นผู้ซื้อ
นักลงทุนมองว่า แถลงการณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นเรื่องเดิมแนวทางการคลี่คลายวิกฤตทางการเมือง โดยจะทำหน้าที่ต่อไปพร้อมรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชนที่มีความเห็นแตกต่างกัน
สำหรับเรื่องการตั้งสภาประชาชนไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้
ด้าน บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) จะเพิ่มทุนครั้งใหม่ขายผู้ถือหุ้นเดิม สัดส่วน 10 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 14 บาท ได้ 1 วอร์แรนต์ฟรี ราคาใช้สิทธิ 18.50 บาท การเพิ่มดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้น TTA ร่วง 0.70 บาทปิด 15.90 บาท
ผลประกอบการปี 2556 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2556 ขาดทุนสุทธิ 5,080 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 5.86 บาท แย่ลง 586 ล้านบาท หรือ 13% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองการด้อยค่าของสินทรัพย์หลายรายการ เช่น บริษัท โทรีเซนชิปปิ้ง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสูงขึ้น หลังจากเผชิญกับปัญหาค่าระวางเรือตกต่ำที่สุดในรอบ25 ปี คาดว่าปี 2557 ค่าระวางเรือจะค่อยๆ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งช่วงครึ่งแรกไตรมาส 1/2557 (ต.ค.-ธ.ค.) ค่าเฉลี่ยของ BDI ยืนเหนือ 1,700 จุด เพิ่มขึ้น 80% จากค่าเฉลี่ยปี 2556
ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ จะเข้ามารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TTA







