
"พราวพุธ" ขยายอาณาจักรหัวหินรับอานิสงฆ์ต่างชาติเริ่มบูม
การเมืองกำลังระอุ นานาชาติประกาศเตือนการเดินทางมาไทย แต่ถึงอย่างไรเอกชนในภาคท่องเที่ยวก็ยังมองว่าเหตุการณ์นี้มีผลกับการท่องเที่ยวแค่ระยะสั้น
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การเมืองกำลังระอุ นานาชาติประกาศเตือนการเดินทางมาไทย แต่ถึงอย่างไรเอกชนในภาคท่องเที่ยวก็ยังมองว่าเหตุการณ์นี้มีผลกับการท่องเที่ยวแค่ระยะสั้น ขณะที่ระยะยาวยังไงก็ยังสดใสอยู่ จึงมีหลายรายที่วางแผนขยายธุรกิจรองรับนักท่องเที่ยวที่เติบโตในอนาคต
พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พราว เรียลเอสเตท บุตรสาวของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่เข้ามาจับธุรกิจของครอบครัวก็ตั้งใจว่าจะเน้นหนักลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เกาะกลุ่มกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก เริ่มจากเปิดโรงแรมแรกที่หัวหิน ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2552 โดยให้เครือโรงแรมนานาชาติ (อินเตอร์เชน) อย่างเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล บริหารภายใต้ชื่อ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท มี 119 ห้อง
การออกแบบโรงแรมดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และล่าสุดได้รับรางวัลเบสต์ ลักชัวรี่ คอสทัล รีสอร์ท 2013 หรือรางวัลโรงแรมชายหาดที่สวยที่สุดในเอเชีย จากงานประกาศรางวัลเวิลด์ ลักชัวรี่ โฮเทล อะวอร์ดส์ ซึ่งช่วยตอกย้ำชื่อเสียงของหัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
ขณะเดียวกัน โรงแรมเพิ่งเชิญ บาสเตียน กอนซาเลซ นักออกแบบเล็บชื่อดังระดับโลก มีสปาทำเล็บเพียง 16 สาขาทั่วโลก มาเปิดให้บริการในโรงแรม ถือเป็นการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มาใช้บริการได้สมบูรณ์ขึ้น เพื่อให้กลุ่มลูกค้ามาแล้วกลับมาซ้ำอีก โดยปัจจุบันโรงแรมมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั้งปี 70% ราคาห้องพักเฉลี่ย 6,000 บาท และสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวายในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ยอดลูกค้าที่ไปใช้บริการเพิ่มขึ้น เพราะการเมืองวุ่นวาย ทำให้คนไทยเครียด และอยากไปพักผ่อนต่างจังหวัด ซึ่งหัวหินจะเป็นจุดหมายแรกที่คนไทยนึกถึง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะสร้างโรงแรมเพิ่มอีก 2 แห่งในหัวหิน มูลค่าลงทุนประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท โดยแห่งแรกจะอยู่ติดกับโครงการสวนน้ำ นาวา วานา (วอเตอร์ จังเกิล) ที่บริษัทกำลังก่อสร้างอยู่ ซึ่งน่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2 ปีหน้า โรงแรมแห่งนี้จะมี 400 ห้อง เป็นโรงแรมระดับกลางสำหรับกลุ่มครอบครัว คาดว่าจะใช้แบรนด์โรงแรมอื่นในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัลบริหารเช่นกัน
สำหรับโรงแรมอีกแห่งยังอยู่ระหว่างออกแบบน่าจะมีจำนวนห้องพักไม่มาก เน้นเจาะตลาดระดับบน หากเป็นไปได้ก็จะพยายามเปิดโรงแรมทั้งสองแห่งนี้ให้ได้ปลายปี 2559 เพื่อรองรับโครงการบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ ที่บริษัทร่วมมือกับพันธมิตรก่อสร้างอยู่ และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ช่วงต้นปี 2559
ปัจจุบันแม้หัวหินจะมีโรงแรมอยู่มาก และจะมีโรงแรมใหม่เกิดขึ้นอีก แต่เชื่อว่าหัวหินเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีศักยภาพเติบโตสูง เพราะนักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดใหม่ๆ เข้ามามากขึ้น โดยในอดีตสัดส่วนลูกค้าคนไทยคิดเป็น 8090% ของลูกค้าทั้งหมด แต่ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าคนไทยลดเหลือเพียง 5060% เพราะกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย โดยเฉพาะจีน มาเลเซีย ที่นิยมเดินทางท่องเที่ยวเองเป็นตลาดระดับบนเข้ามามากขึ้น และคาดว่าจะเติบโตได้อีกจากการเดินทางที่สะดวก มีเที่ยวบินตรงจากมาเลเซียมายังสนามบินหัวหินและสายการบินนกแอร์บินดอนเมืองหัวหิน
“นักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของหัวหินยังเป็นคนไทย ส่วนอันดับรองลงมาเพิ่งเปลี่ยนจากเดิมเป็นชาวเยอรมัน แต่ปีนี้กลับกลายเป็นจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มาเที่ยวเอง ใช้จ่ายสูง ไม่ใช่กลุ่มที่จองมากับบริษัททัวร์ ที่เที่ยวราคาประหยัดกว่านี้ ส่วนใหญ่จะไปเที่ยวกรุงเทพฯ ภูเก็ต และสมุยมาครบแล้ว ทางเลือกต่อไปจึงเป็นหัวหินคาดว่าจากกระแสนิยมของตลาดคนจีนที่มีต่อแหล่งท่องเที่ยวไทย จะทำให้ยอดคนจีนที่มาใช้บริการโรงแรมระดับบน จะติดอันดับตลาดเติบโตสูงไปอีกนาน เพราะปัจจุบันยังเป็นแค่ช่วงเริ่มต้นของตลาดจีนเดินทางมาเอง” พราวพุธ กล่าว
แม้ว่าทิศทางการท่องเที่ยวหัวหินจะดีจากกระแสความต้องการของนักท่องเที่ยว แต่ก็มีปัจจัยท้าทายที่จะกระทบการท่องเที่ยวหัวหินปีหน้าได้ คือสถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยโดยรวมไม่ดี และทำให้นักท่องเที่ยวลดลงได้ แต่บริษัทยังเชื่อว่าจากแผนการลงทุนทั้งสวนน้ำและรีสอร์ทมอลล์ น่าจะช่วยเพิ่มวันพักเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวจากเดิม 23 วันต่อทริป เป็น 45 วันได้
ในอนาคต บริษัท พราว เรียลเอสเตท ยังสนใจลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ผูกโยงไปกับการท่องเที่ยวในพื้นที่อื่นๆ ด้วย อาทิ กรุงเทพฯ ภูเก็ต สมุย แต่จะยังไม่เห็นแผนการลงทุนนี้ชัดเจนภายใน 12 ปีแน่นอน เพราะต้องการรอดูจังหวะที่ดี ซึ่งต้องติดตามการลงทุนของกลุ่มลิปตพัลลภต่อไป เพราะนี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งไม้ต่อคลื่นลูกใหม่ดูแลธุรกิจเท่านั้น







