
ห่วงปัญหาการเมืองกระทบผู้รับเหมา
สมาคมก่อสร้างไทย กังวลปัญหาการเมืองกระทบผู้รับเหมา ชี้มติครม.ช่วยภาคก่อสร้างไม่ครอบคลุม
สมาคมก่อสร้างไทย กังวลปัญหาการเมืองกระทบผู้รับเหมา ชี้มติครม.ช่วยภาคก่อสร้างไม่ครอบคลุม
นายอังสุรัสมิ์ อารีกุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า การชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ที่มีการปิดหน่วยงานราชการหลายแห่ง โดยเฉพาะกรมบัญชีกลาง กลายเป็นอุปสรรคของภาคเอกชนที่จำเป็นต้องติดต่องานกับส่วนราชการ ซึ่งต้องติดตามเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจะยืดเยื้อเพียงใด โดยเฉพาะการรอลุ้นร่าง พ.ร.บ.ลงทุน 2 ล้านล้านบาท อาจทำให้ภาคก่อสร้างที่เคยขยายตัว 10% ในปี 2555 มูลค่าประมาณ 9 แสนล้านบาท เหลือ 5% ในปีนี้ และหากเอกชนก่อสร้างรายใดติดปัญหาการติดต่อส่วนราชการในช่วงปิดสถานที่ราชการ ให้เร่งใช้สิทธิ์การสงวนสิทธิ์จากปัญหาดังกล่าว
นายอังสุรัสมิ์ กล่าวว่า มติ ครม. ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากการปรับเพิ่มค่าแรง 300 บาท และการพิจารณาไม่ลงโทษผู้ทิ้งงาน กรณีหน่วยงานบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 56 - 22 เม.ย. 56 ไม่ถือว่าเป็นผู้ทิ้งงาน เพราะผู้รับเหมาได้รับกระทบจากปรับเพิ่มค่าแรง แต่ผู้ถูกปรับก่อนวันที่ 1 ม.ค. 56 ยังต้องรับผิดชอบค่าปรับเหมือนเดิม
ทั้งนี้ ยอมรับว่า แม้มติ ครม. จะช่วยเหลือผู้ประกอบการจำนวนมาก แต่ยังมีผู้รับเหมาก่อสร้างบางส่วนได้รับความเดือดร้อน ไม่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือ จึงเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการฮั้วประมูล การใช้ค่าปรับรายงานเป็นแบบอัตราตายตัว 0.01% ของราคาพัสดุ และการขอประกันผลงานเมื่อก่อสร้างเสร็จไปแล้ว 6 เดือน โดยไม่ต้องใช้หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร การปรับราคากลางให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในปัจจุบัน เพราะหากไม่ปรับราคากลาง จะหาผู้เข้าประกวดราคาได้อยาก เนื่องจากที่ผ่านมามีโครงการจำนวนมากเปิดประมูลแล้วไม่มีผู้เข้าร่วมประมูล ทำให้โครงการก่อสร้างเกิดความล่าช้า เนื่องจากมูลค่าโครงการปรับเพิ่มขึ้นเพียง 3% แต่การปรับค่าแรงได้ทำให้ต้นทุนปรับสูงขึ้น 40-50% จึงต้องราคากลางให้สะท้อนต้นทุนและตลาด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐแก้ไขสูตรคำนวณ ค่า K ซึ่งเป็นต้นทุนแปรผัน โดยต้องการให้แก้ไขสูตรดัชนีต้นทุนวัสดุก่อสร้างของกระทรวงพาณิชย์ เพราะยังไม่สะท้อนต้นทุนแท้จริง เนื่องจากราคาวัสดุได้ปรับขึ้นแล้ว แต่พอนำมาคำนวณในสูตร แต่ไม่ได้ทำให้ค่า K ปรับสูงขึ้น รวมถึงการเสนอให้ยกเลิกระบบประมูล อี-อ็อกชั่น เพื่อเปลี่ยนมาเป็นระบบประมูลแบบ E-bidding แทน เพราะเป็นระบบประมูลที่กำหนดราคากลางไว้ในราคาเดียวชัดเจน โดยผ่านการศึกษาตามต้นทุนอย่างเหมาะสม ขณะที่ระบบ อี-อ็อกชั่น เป็นระบบส่งเสริมให้เอกชนแข่งกันลดราคากลาง แต่พอแข่งกันลดราคาจนถึงจุดที่ต่ำเกินไปแล้วอาจกระทบต่อคุณภาพโครงการลงทุน และต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนตั้งสภาก่อสร้าง รองรับการเข้าสู่เออีซี เพื่อช่วยกำกับดูแลภาคเอกชนด้วยกัน







